ดอยตุงฯ บุกตลาดกาแฟพรีเมี่ยม หลังพัฒนาคุณภาพ specialty เทียบต่างประเทศ

โครงการพัฒนาดอยตุง ฯ บุกตลาดกาแฟคุณภาพพิเศษห ลังร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศใช้เวลา 6 ปี จนประสบความสำเร็จในการผลิตกาแฟคุณภาพทัดเทียมกาแฟคุณภาพสูงของต่างประเทศ เร่งส่งเสริมเกษตรกร พร้อมขยายผลิตภัณฑ์สู้ผู้บริโภค

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันดอยตุงเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตกาแฟระดับพรีเมี่ยมที่มีผลิตภัณฑ์กาแฟมานำเสนอผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกาแฟดริป กาแฟสกัดเย็น และเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ผู้บริโภคอยู่บ้านมากขึ้น ร้านคาเฟ่ดอยตุงจึงได้วางจำหน่ายกาแฟพร้อมดื่มบรรจุขวดขนาด 1 ลิตรขายผ่านช่องทางออนไลน์ และล่าสุดเมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ได้เปิดคาเฟ่ดอยตุง cloud kitchen 4 สาขา รวมถึงการออกสินค้ากาแฟแคปซูล เพื่อมอบความสะดวกและเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น

ม.ล.ดิศปนัดดา กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ซื้อกาแฟเชอร์รีจากชุมชนรวม 800 ตัน คิดเป็นมูลค่า 20 ล้านบาท และจากแนวคิดในการยกระดับเกษตรกรด้วยกาแฟคุณภาพพิเศษ จึงเกิดการพัฒนากระบวนการปลูกกาแฟในไร่อย่างต่อเนื่อง โดยผู้ปลูกกาแฟรุ่นใหม่ที่ได้รับองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศตลอด 6 ปีที่ผ่านมา จนเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จัดประมูลสารกาแฟสายพันธุ์พิเศษที่คัดสรรมาอย่างดี และผ่านกระบวนการแปรรูปพิเศษ 15 ชนิด รวมปริมาณกว่า 300 กิโลกรัม โดยได้เชิญกลุ่มมิตรสหายกาแฟในเครือข่าย 20 รายมาร่วมประมูลเพื่อเป็นการทดสอบตลาด ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจมาก ได้รับการันตีเป็นเสียงเดียวกันว่า รสชาติและคุณภาพสามารถเทียบเคียงกาแฟ specialty ของต่างประเทศได้ และเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

“การทำเกษตรกรรมของประเทศไทยต้องปรับตัวและยกระดับจากเดิมเป็นเกษตรประณีตเพื่อสร้างมูลค่าเพื่อช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาต้นกาแฟจากต้นทาง เพราะต้องการให้กาแฟดอยตุงมีรสชาติโดดเด่น แตกต่างจากสายพันธุ์และกระบวนการแปรรูปกาแฟอื่นๆ จากในประเทศไทยและต่างประเทศ ผลประโยชน์นอกจากกาแฟแล้ว พื้นที่ที่ต้นกาแฟเติบโตได้ดี ป่าก็จะอุดมสมบูรณ์ตามไปด้วย เรามีแผนจะขยายการพัฒนาการปลูกกาแฟไปยังพื้นที่อื่นๆ ด้วย และเริ่มทาบทามเกษตรกรบางส่วนแล้ว เช่น จังหวัดน่าน และพื้นที่ในสหภาพเมียนมาที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เข้าไปทำโครงการพัฒนา” 

สำหรับแผนธุรกิจในอนาคต ดอยตุงเตรียมขยับตัวเข้ามาในตลาดกาแฟ specialty มากขึ้น โดยมีแผนจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกาแฟสายพันธุ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ กาแฟแคปซูลและกาแฟดริปสูตร special blend ในช่วงปลายปีนี้ รวมถึงเครื่องดื่มรสชาติใหม่ๆ ของร้านคาเฟ่ดอยตุงกว่า 20 ชนิดตลอดปีหน้า แต่ไม่ว่าจะมีผลิตภัณฑ์อีกกี่ตัวก็ตาม ดอยตุงยังคงยึดมั่นในการมอบกาแฟที่มีคุณภาพ และรสชาติเฉพาะตัวให้ผู้บริโภค พร้อมกับความมั่นใจว่ากาแฟที่อยู่ในมือผู้บริโภคนั้นจะนำมาซึ่งความยั่งยืนของชุมชนและผืนป่าเสมอ

ทั้งนี้โครงการพัฒนาดอยตุง ฯ เป็นโครงการซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงก่อตั้งในปี 2531 และทรงส่งเสริมการปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าให้คนในพื้นที่ดอยตุงประมาณ 1,000 ครัวเรือน เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวให้ชุมชน และช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติ ปัจจุบันมีความก้าวหน้าตามวัตถุประสงค์ โดยปัจจุบัน โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ส่งเสริมและรับซื้อกาแฟจากเกษตรกรภายในพื้นที่โครงการกว่า 700 ราย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,900 ไร่ โดยมีการรับซื้อตามคุณภาพ และหากเกษตรกรสามารถทำได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดก็จะมีรายได้เพิ่มอีก 10-20% เพื่อสร้างแรงจูงใจเชิงบวกให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรประณีตมากยิ่งขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *