การท่องเที่ยวไทย ต้องปรับโครงสร้างเพื่อนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

ททท. ชี้ต้องเร่งปรับโครงสร้างท่องเที่ยวหลังโควิดด่วน หลังมีปัญหาเรื้อรังมานาน โดยเฉพาะพึ่งต่างประเทศ เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ โดยปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ หวังปีหน้ามีรายได้ 2 ล้านล้านบาท

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังวิกฤติโควิด-19 คลี่คลายลง จะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เพราะทุกประเทศต้องทำทุกวิถีทางเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เร็วที่สุด ซึ่งประเทศไทยเองควรใช้โอกาสนี้เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส โดยเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ โดยปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ เพื่อให้การท่องเที่ยวเติบโตอย่างยั่งยืน ลดอุปทานส่วนเกิน สร้างอุปสงค์การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ทำให้เกิดการพัฒนาอุปทานในมิติต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์เพิ่มคุณค่า มีความแตกต่าง และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว 

ทั้งนี้ยอมรับว่า ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทย เกิดความถดถอยอย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นปัญหาเรื้อรังด้านโครงสร้างที่เติบโตแบบขาดสมดุลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องอุปทานห้องพักส่วนเกินและการพึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นหลัก รวมถึงปัญหาความสามารถในการปรับตัวของผู้เกี่ยวข้องกลุ่มต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภายใต้วิกฤติ ในทางกลับกัน สภาพธรรมชาติที่เสื่อมโทรมกลับฟื้นตัวเป็นอย่างดีเมื่อว่างเว้นจากภาวะการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเกินขีดความสามารถในการรองรับ  

สำหรับแนวทางหลักที่ต้องทำในระยะต่อไป คือ การขยายตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูง แก้ปัญหาการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวหลักและวันหยุดสุดสัปดาห์, การพัฒนาสินค้ามูลค่าสูงและมีเอกลักษณ์ที่สอดคล้องกับสินค้าหลักทางการท่องเที่ยวที่กำหนดในยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแห่งชาติ, การสนับสนุนการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและธุรกิจต่าง ๆ ลดการสร้างมลภาวะและมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้เรื่องขีดจำกัดในการรองรับ เป็นเงื่อนไขในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว ทั้งด้านการพัฒนาและการตลาดการท่องเที่ยว 

เช่นเดียวกับการเพิ่มสมรรถนะของกลุ่มผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มีความยืดหยุ่นและสร้างสรรค์ในการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและเท่าทันการเปลี่ยนแปลงทั้งในภาวะวิกฤติและภาวะปกติ และส่วนสุดท้าย นั่นคือการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำตลาดการท่องเที่ยวเชิงรุกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจและชุมชน รวมไปถึงการส่งเสริมให้ภาคเอกชนปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัล นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบด้วย 

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ในปี 2565 ททท. ตั้งเป้าหมายการสร้างรายได้ 2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2 ใน 3 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมดในปี 62โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์และเน้นคุณภาพ ไม่เน้นจำนวน ให้น้ำหนักกับการเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัว และการสร้างสมดุลระหว่างรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติกับผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย โดยมีเงื่อนไข คือ การกระจายวัคซีนจะคุมการระบาดได้ต้นไตรมาส 4 ปีนี้ ทำให้ระยะการเกิดระดับภูมิคุ้มกันหมู่จะมีในครึ่งปีแรกของปี 2565 และเศรษฐกิจไทยจะกลับสู่ระดับก่อนระบาดปลายปี 2565 รวมทั้งเปิดประเทศได้ตั้งแต่เดือนต.ค. 2564 และรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *