เคาะเยียวยา ลูกจ้าง-นายจ้าง เพิ่ม 3 จังหวัดล็อกดาวน์

ที่ประชุมครม. ไฟเขียวเยียวยา นายจ้าง-ลูกจ้าง ประกันสังคม เพิ่ม 3 จังหวัดเจอล็อกดาวน์ พร้อมอนุมัติเพิ่มกรอบวงเงินตาม พ.ร.ก.เงินกู้ อีกทั้งยังปรับโครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้ ลดเงินลง 1.82 หมื่นล้านบาท โยกไปโปะช่วยประกันสังคมแทน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบให้ช่วยเหลือเยียวยาลูกจ้างและนายจ้าง ที่อยู่ในพื้นที่สถานการณ์ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพิ่มเติมอีก 3 จังหวัด คือ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา จากเดิมที่ช่วยเหลือไปแล้ว 10 จังหวัด โดยจะช่วยเหลือลูกจ้างและนายจ้างในกลุ่มเป้าหมายเดิม 9 สาขาอาชีพ และผู้ที่อยู่ในระบบถุงเงิน สัญชาติไทย และยังประกอบอาชีพ ซึ่งไม่รวมข้าราชการและข้าราชการบำนาญ ครอบคลุมทั้งผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมและไม่อยู่ในระบบประกันสังคม เป็นเวลา 1 เดือน  

สำหรับการช่วยเหลือ แยกเป็น แรงงานตามมาตรา 33 ได้รับ 2,500 บาทต่อคน และมาตรา 39 และ 40 ได้รับ 5,000 บาท โดยมอบหมายให้สำนักงานประกันสังคม จัดทำรายละเอียดและนำเสนอครม.ตามขั้นตอนกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยให้นายจ้างและลูกจ้างที่ได้นับเงินช่วยเหลือนี้ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดาจากเงินที่ได้รับการช่วยเหลือด้วย  

ทั้งนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ให้สำนักงานประกันสังคม ปรับปรุงรายละเอียดโครงการเยียวยานายจ้างและลูกจ้างตามมาตรา 33 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐรวม 6 จังหวัด (กรุงเทพฯ-ปริมณฑล) ซึ่งเดิมครม.ได้เห็นชอบกรอบวงเงินโครงการไปแล้ว 2,519 ล้านบาท แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดที่เพิ่มขึ้นจนต้องขยายพื้นที่ควบคุมออกไปอีกหลายจังหวัด จึงต้องเสนอปรับกรอบวงเงินของโครงการเพิ่มขึ้นมาอีก 10,985 ล้านบาท ทำให้กรอบวงเงินรวมของโครงการนี้อยู่ที่ 13,504 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปช่วยเหลือเยียวยาลูกจ้างและนายจ้างที่ได้รับผลกระทบต่อไป  

อย่างไรก็ตามในการใช้เงินเยียวยาลูกจ้างและนายจ้างครั้งนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ยังได้เสนอให้โยกเงินจากที่กันไว้ในแผนงานพื้นฟูเศรษฐกิจจำนวน 8,275 ล้านบาท มาใช้ในแผนงานด้านการช่วยเหลือและเยียวยาแทน โดยได้มีการปรับลดกรอบวงเงินของโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ลงจาก 28,000 ล้านบาท เป็น 9,800 ล้านบาท หรือลดลง 18,200 ล้านบาท และปรับลดเป้าหมายผู้ร่วมโครงการลงจากไม่เกิน 4 ล้านคน เป็นไม่เกิน 1.4 ล้านคน พร้อมขยายระยะเวลาการใช้จ่ายซื้อสินค้าหรือบริการที่รับการสนับสนุน  อี-เวาท์เชอร์ โครงการจากเดิม 1 ก.ค. – 30 ก.ย. 64 เป็น 1 ก.ค. – 30 พ.ย.64 และเพิ่มวงเงินใช้จ่ายสูงสุดจากไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน เป็นไม่เกิน 10,000 บาทต่อคนต่อวัน 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *