ศาลอาญา รับไต่สวนคดีบีทีเอส ฟ้อง รฟม. ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม

bts

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำสั่งรับคำฟ้องของบีทีเอสคดี รฟม.และคณะ กก.คัดเลือกมาตรา 36 รวม 7 คน กรณีแก้ไขหลักเกณฑ์การคัดเลือกและยกเลิกประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม เรียกนัดไต่สวน 7 ก.ค. นี้ ขณะที่บีทีเอสเผยมีข้อมูลใหม่ เตรียมยื่นฟ้องเพิ่มอีก

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำสั่งรับคำฟ้องของ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่ยื่นฟ้องผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 พระราชบัญญัติร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 รวม 7 คน กรณีแก้ไขหลักเกณฑ์การคัดเลือกการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) และยกเลิกการประมูล

โดย พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ที่ปรึกษาประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เปิดเผยภายหลังรับฟังคำสั่งว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2564 บมจ.บีทีเอสได้ดำเนินการยื่นฟ้องผู้ว่าการ รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 รวม 7 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในกรณีที่การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) วงเงิน 128,128 ล้านบาท ในคดีหมายเลขดำที่ อท 30/64 ฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 165 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

ซึ่งศาลได้นัดทั้งสองฝ่ายฟังคำสั่งในวันที่ 5 พ.ค. 2564 โดยศาลฯ ได้มีคำสั่งรับฟ้องกรณีที่บริษัทฯ ยื่นฟ้องผู้ว่าการ รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 และจะเปิดโอกาสให้จำเลยส่งคำแถลงภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับหมายแจ้งนัด ซึ่งจะดำเนินการหรือไม่ก็ได้

ในเบื้องต้นศาลฯ นัดพร้อมในวันที่ 7 ก.ค. 2564 แต่อาจมีการเลื่อนนัดไต่สวน เนื่องจากต้องพิจารณาตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) แต่มั่นใจว่าคดีนี้จะได้ข้อยุติหรือความชัดเจนในช่วงปลายปีนี้

“ศาลฯ ระบุว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริต หลังจากที่ได้ให้ รฟม. และผู้ถูกฟ้องได้ทำรายงานชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมพยานหลักฐานเอกสารต่างๆ มาให้ และการฟ้องของ บมจ.บีทีเอส เป็นไปตามกฎหมายถูกต้อง จึงเห็นควรรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องต่อไป”

bts

นอกจากนั้น ศาลฯ ยังได้สอบถามด้วยว่า ในเรื่องดังกล่าวได้มีการดำเนินการทางกฎหมายอื่นอีกหรือไม่ ซึ่งบริษัทฯ ได้รายงานต่อศาลว่ามีการดำเนินคดีทางปกครอง 2 คดี คือ การยื่นอุทธรณ์ในกระบวนการศาลปกครอง ภายหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดสั่งจำหน่ายคดีกรณีแก้ไขหลักเกณฑ์การประมูล และการฟ้องใหม่ กรณีการยกเลิกการประมูลที่ผ่านมาไม่ชอบ ซึ่งขณะนี้ศาลปกครองได้รับเรื่องไว้แล้ว

รวมถึงจะมีการยื่นฟ้องคดีทางแพ่งด้วย เนื่องจากกรณีดึงกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย โดยขณะนี้ ทางทีมทนายความอยู่ระหว่างการประเมินความมูลค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นต่อบริษัทฯ และจะส่งให้ศาลแพ่งพิจารณาโดยเร็วที่สุด

อีกทั้ง ศาลฯ ยังได้สอบถามถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ามีข้อเท็จจริงเดียวกับที่นำมาฟ้องต่อศาลอย่างไรหรือไม่ โดยทนายนำเรียนศาลว่า กรณีดีเอสไอเป็นบุคคลภายนอกไปร้องเรียน ซึ่งมีข้อเท็จจริงบางส่วนที่สอดคล้องกัน แต่มีการหยิบยกประเด็นการฮั้วประมูลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งศาลฯ จะให้เจ้าหน้าที่ศาลมีหนังสือสอบถามพร้อมส่งคำฟ้องไปยัง ป.ป.ช.เพื่อตรวจสอบว่าเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่

ส่วน รฟม.จะเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มรอบใหม่หรือไม่นั้นอยู่ที่การตัดสินใจของ รฟม. แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ถูกต้องเท่านั้น ส่วนจะดำเนินการฟ้องร้องเพื่อระงับการประมูลหรือไม่ ยังไม่ขอตอบในส่วนนี้ เพราะต้องดูเงื่อนไขการเปิดประมูลครั้งใหม่เสียก่อน

ด้าน นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตรวจพบหลักฐานและข้อมูลใหม่ว่ามีคณะกรรมการตามมาตรา 36 อีกส่วนหนึ่งหายไป ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยกเลิกการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มในครั้งที่ผ่านมา ทำให้จะต้องฟ้องร้องดำเนินคดีต่อบุคคลกลุ่มนี้ด้วย เพราะถือว่ามีส่วนทำให้โครงการเสียหาย ซึ่งจะส่งข้อมูลทั้งหมดให้ศาลฯ พิจารณาต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *