สภาพัฒน์หั่นจีดีพี64 เหลือ3%

Danucha ThaiGDP

ประเมินปีนี้เศรษฐกิจยังต้องพึ่งพิงในประเทศ แนะคุมเสี่ยงโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ ดูแลบรรยากาศการเมืองรักษาความเชื่อมั่น เร่งดูแลลงทุนภาครัฐให้ต่อเนื่อง

วันที่ 15 ก.พ. 2564 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กล่าวในการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส4/63 ทั้งปี 2563 และแนวโน้มปี 2564 ว่า ในไตรมาสที่4/63 เศรษฐกิจไทยปรับตัวลดลง(ติดลบ) 4.2% ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับการติดลบ 6.4% ในไตรมาส3/63  ทำให้ทั้งปี 2563 เศรษฐกิจไทยปรับตัวลดลง 6.1%  เทียบกับการขยายตัว 2.3% ในปี 2562

เศรษฐกิจไทยปี 2564 คาดว่าจะขยายตัว 2.5 – 3.5% ค่าเฉลี่ยที่ 3% โดยปรับลดจากประมาณการเดิม 3.5-4.5% หรือ 4% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก การใช้จ่ายภาครัฐ การกลับมาขยายตัวของอุปสงค์ภาคเอกชนในประเทศ และการปรับตัวตามฐานการขยายตัวที่ต่ำผิดปกติในปี 2563

“คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์ ขยายตัว 5.8% การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนรวมขยายตัว 2.0% และ 5.7% ตามลำดับ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ในช่วง 1.0 – 2.0% และบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.3% ของจีดีพี” นายดนุชา กล่าว

 

เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า  ภายใต้การประมาณการปี 2564 ดังกล่าว คาดว่าการใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภค การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว2.0% ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลง1.0% ในปี 2563 ซึ่งเป็นการปรับลดจากการขยายตัว 2.4%  ในการประมาณการครั้งก่อน เนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่เริ่มตั้งแต่ช่วง เดือนธ.ค. 2563 ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและทำให้ต้องมีการดำเนินมาตรการควบคุมในบางพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ในกรณีฐานคาดว่าจะสามารถควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัดได้ภายในไตรมาสแรก และการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนในช่วงที่เหลือของปีจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของฐานรายได้จากภาคการส่งออกรายได้เกษตรกร และมาตรการเยียวยาผลกระทบและกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศของภาครัฐ และ

ในส่วนของการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคภาครัฐบาล คาดว่าจะขยายตัว5.1% เร่งขึ้นจากการขยายตัว0.8% ในปี 2563 ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มจากการขยายตัว 4.7% ในการประมาณการครั้งที่ผ่านมาตามการปรับเพิ่มสมมติฐานการเบิกจ่ายสะสมภายใต้พระราชกำหนดเงินกู้ฯ 1 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปีงบประมาณ 2564 จาก 70% ของวงเงินกู้
ในการประมาณการครั้งก่อนเป็น 80% ในการประมาณการครั้งนี้ และสอดคล้องกับสมมติฐานอัตรา
การเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564  98.0% เพิ่มขึ้นจาก 97.4% ในปี 2563

สำหรับการลงทุนรวม คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.7% เทียบกับการลดลง 4.8% ในปี 2563 การลงทุนภาครัฐ คาดว่าจะขยายตัว10.7% เร่งขึ้นจาก 5.7% ในปี 2563 แต่เป็นการปรับลดจากการขยายตัว 12.4% ในการประมาณการครั้งก่อน ตามการปรับลดสมมติฐานอัตราการเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุน ภายใต้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 75% ของวงเงินงบประมาณ ต่ำกว่า 80%  ในสมมติฐานการประมาณครั้งที่ผ่านมา ส่วน


การลงทุนภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว 3.8% เทียบกับการลดลง8.4% ในปี 2563 และเป็นการปรับลดจากการขยายตัว 4.2% ในการประมาณการครั้งก่อน เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน สอดคล้องกับแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นของการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกในช่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก


นายดนุชา กล่าวว่า การส่งออกคาดว่าจะขยายตัว 5.8% เทียบกับการลดลง 6.6% ในปี 2563 และเป็นการปรับเพิ่มจากการขยายตัว 4.2% ในการประมาณการครั้งที่ผ่านมา โดยคาดว่าปริมาณการส่งออกสินค้าจะขยายตัวร้อยละ 3.8 สูงกว่าการขยายตัว 3.2% ในการประมาณการครั้งก่อน สอดคล้องกับการปรับเพิ่มสมมติฐานการขยายตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกจาก 4.9% และ 5.0% ในการประมาณการครั้งที่ผ่านมาเป็น 5.2% และ6.7% ตามลำดับ

รวมทั้งการปรับเพิ่มสมมติฐานราคาสินค้าส่งออกจากการเพิ่มขึ้น 1.0% เป็นการเพิ่มขึ้น 2.% อย่างไรก็ตาม การปรับลดสมมติฐานรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติให้สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังมีความล่าช้า ทำให้การส่งออกบริการอยู่ในระดับต่ำกว่าประมาณการครั้งที่ผ่านมา เมื่อรวมกับการส่งออกสินค้าทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการรวมลดลง0.2% เทียบกับการขยายตัว 0.1% ในการประมาณการครั้งก่อน และการลดลง 19.4% ในปี 2563

นายดนุชา กล่าวว่า ในส่วนประเด็นการบริหารเศรษฐกิจในปี 2564 การบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในช่วงปี 2564 ควรให้ความสำคัญกับ 9 ประเด็น สำคัญคือ 1.การควบคุมการแพร่ระบาดและการป้องกันการกลับมาระบาดรุนแรงภายในประเทศ โดยการดำเนินการตามมาตรการควบคุมและป้องกันการระบาดของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง และการจัดหาและบริหารจัดการวัคซีนให้ครอบคลุมทั่วถึงและเพียงพอต่อการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่อย่างรวดเร็วและจัดลำดับความสำคัญ โดยคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วน ในการฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญและการรักษาความต่อเนื่องของการผลิตในพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ควบคู่ไปกับการจัดลำดับความสำคัญตามหลักการทางสาธารณสุข

2.การรักษาบรรยากาศทางการเมืองภายในประเทศ  3.การดูแลภาคเศรษฐกิจที่ยังมีข้อจำกัดในการฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่องซึ่งการฟื้นตัวยังมีข้อจำกัดจากมาตรการควบคุมการเดินทางระหว่างประเทศ รวมทั้งการพิจารณามาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพิ่มเติม 4.การรักษา แรงขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ

 5.การขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าเพื่อสร้างรายได้เงินตราต่างประเทศ โดยการขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าที่ได้รับประโยชน์ จากการระบาดของโรค การสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของสินค้าไทยควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการป้องกันการระบาดของโรคในพื้นที่ฐานการผลิตสำคัญอย่างเข้มงวด การขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าภายใต้กรอบความร่วมมือที่สำคัญ

การให้ความสำคัญกับข้อตกลงระหว่างประเทศที่สำคัญ ๆ ที่อาจถูกหยิบยกเป็นเครื่องมือสำหรับการดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้า การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้า การลดต้นทุนการผลิตสินค้าที่สำคัญ ๆ เพื่อลดแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินบาท และ การป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน

6.การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน โดยให้ความสำคัญกับ การเร่งรัดให้ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติและออกบัตรส่งเสริมการลงทุนในช่วงปี 2561 – 2563 ให้เกิด การลงทุนจริง  การแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการประกอบธุรกิจ  การดำเนินมาตรการส่งเสริมการลงทุนเชิงรุกและอำนวยความสะดวกสำหรับนักลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย การขับเคลื่อนการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และ การขับเคลื่อนมาตรการสร้างศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

7.การเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8.การเตรียมมาตรการรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ภัยแล้งและการดูแลรายได้เกษตรกร และ 9.การติดตามและเตรียมการรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนในระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก ที่ยังมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์สูงและอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเพิ่มเติมควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *