“บิ๊กตู่” สั่งเฝ้าระวังชายแดนเหนือเสี่ยงโควิดระบาด

pm thai

นายกรัฐมนตรี กำชับทุกหน่วยงานเพิ่มมาตรการการเฝ้าระวังโควิด-19 ในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ หลังพบการลักลอบเข้าเมือง หวั่นระบาดในประเทศ ด้าน “อนุทิน” และ “พิพัฒน์” เตรียมลงพื้นที่เชียงราย 8 ธ.ค.นี้ ติดตามสถานการณ์

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย หลังได้รับรายงานการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย เสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยขอให้ทุกภาคส่วนคุมเข้มในมาตรการป้องกันการลักลอบเข้าเมือง ติดติดตามตัวผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และย้ำถึงมาตรการเพื่อเฝ้าระวังคนกลุ่มเสี่ยงสัมผัส 

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ในการวางแผนเดินทางท่องเที่ยว ทั้งช่วงหยุดยาวระหว่างวันที่ 10 -13 ธ.ค. เทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ โดยคาดหวังให้ประชาชนท่องเที่ยวด้วยความสบายใจ ปลอดภัยจากโรคระบาด 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า เพื่อสร้างความมั่นใจต่อประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขและนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เตรียมลงพื้นที่จ.เชียงราย ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ภายหลังพบผู้ติดเชื้อในประเทศ

โดยจะเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค อ.แม่สาย และ ด่านพรหมแดน อ.แม่สาย สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ แห่งที่ 2 และมีกำหนดการตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ Local Quaran Tine ณ โรงแรมแม่โขงเดลต้า ก่อนไปยังตลาดสดบ้านดู่ ซึ่งนอกจากสร้างความมั่นใจต่อประชาชนแล้ว ยังเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักในเวลานี้ด้วย 

“นายกรัฐมนตรี เป็นกำลังใจเจ้าหน้าที่ให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และขอบคุณในความเสียสละของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวปลายปี โดยรัฐบาลเชื่อมั่นในมาตรการการเฝ้าระวังโรคโควิด-19 ของประเทศไทยที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถตรวจพบผู้ติดเชื้อและป้องกันการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือประชาชนว่าการ์ดอย่าตก การใช้ชีวิตประจำวันยังต้องสวมใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ เช่นเดียวกับสถานประกอบการต่างๆ ต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการเอง”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *