บ้านท่าขันทอง “อีสาน” บนดินแดน “ล้านนา” กับความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยว

บ้านท่าขันทอง

ความเป็นอัตลักษณ์ตัวตนที่ชัดเจนมักสร้างความประทับใจอยู่เสมอๆ ในยามที่ผู้ไปเยือนได้สัมผัส และซึมซับให้รู้ถึงเสน่ห์ที่ยากจะลืมเลือน โดยเฉพาะความเป็นอัตลักษณ์ของคนไทย

คราวนี้เราได้มีโอกาสเดินทางไกลอีกครั้งหนึ่ง ไปยังอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ห่างจากกรุงเทพฯ เกือบ 1,000 กิโลเมตร ไปยังหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งริมแม่น้ำโขง ที่มีอัตลักษณ์ และกำลังลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเองด้วยความรู้ ความสามารถ ควบคู่ไปกับการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างสิ่งหนึ่งให้เกิดขึ้นกับชาวบ้านนั่นคือ “ความยั่งยืน”

หมู่บ้านที่เราว่านี้ ชื่อว่า “บ้านท่าขันทอง” ความพิเศษของหมู่บ้านแห่งนี้ มีความโดดเด่นเรื่องวิถีชีวิตความเป็นอยู่ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ มีบรรพบุรุษที่อพยพมาจากดินแดนอีสานบ้านเรา ทำให้วิถี วัฒนธรรม การใช้ชีวิต ยังคงความเป็นอีสานบนดินแดนล้านนาแบบไม่มีที่ไหนเหมือน

มีนักประวัติศาสตร์เคยบอกเอาไว้ว่า วิถีชีวิตของคนไม่ว่าเผ่าพันธุ์หรือเชื้อชาติจะเป็นอย่างไร จะย้ายถิ่นฐานบ้านเรือนไปไหน สิ่งที่จะติดตัวตามคนเหล่านี้ไปด้วยมีด้วยกัน 3 อย่าง อย่างแรกคือ “อาหาร” อย่างที่สองคือ “วัฒนธรรมประเพณี” และอย่างที่สามคือ “เสื้อผ้าอาภรณ์เครื่องแต่งกาย”

ชาวบ้านท่าขันทอง คงความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ติดตัวไว้ทั้ง 3 อย่างบริบูรณ์ เพราะตั้งแต่แรกพบเราก็เจอกับชาวบ้านใส่ชุดสวยๆ ผ้าซิ่น ผ้าฝ้าย ผ้าขาวม้า คุณลุงผู้ชายต้อนรับเราด้วยการเป่าแคน เครื่องดนตรีอีสานสำเนียงชวนฟัง ทำให้บ้านท่าขันทองมีเสน่ห์ดึงดูดใจนักเดินทางอย่างไม่มีข้อสงสัย

บ้านท่าขันทอง

ปัจจุบันบ้านท่าขันทองแห่งนี้ได้รับการยกให้เป็นชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน และยังเป็นหมู่บ้านที่ชนะเลิศการประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงด้วย ซึ่งมีความหลากหลายของกลุ่มอาชีพ ซึ่งโฮมสเตย์บ้านท่าขันทองได้รับรางวัลมากมาย เช่น รางวัลด้านมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย รางวัลมาตรฐานโฮมสเตย์อาเซียน รางวัล Health Homestay จากกรมการท่องเที่ยว

รวมทั้ง รางวัล Best Rural Tourism Award จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนต้นแบบ ของ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. (DASTA Award) รวมถึงได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551

“อนันต์ วงศ์เบญจรัตน์” อธิบดีกรมการท่องเที่ยว บอกว่า แหล่งท่องเที่ยวชุมชนบ้านท่าขันทองถือเป็นชุมชนต้นแบบแห่งหนึ่งที่กรมการท่องเที่ยวได้เข้ามาให้การสนับสนุนการพัฒนาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เช่น ป้าย  การปรับปรุงภูมิทัศน์ ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง จักรยาน เสื้อชูชีพ รวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในชุมชน ในการให้บริการ และการเป็นเจ้าบ้านที่ดี

พร้อมกันนี้ยังมีการพัฒนาโฮมสเตย์ให้มีมาตรฐานจนได้เป็น Health Homestay ต้นแบบของกรมการท่องเที่ยว รวมถึงได้ผ่านการประเมินและรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์อาเซียน และมาตรการท่องเที่ยวโดยชุมชนอาเซียน ในปี 2561

บ้านท่าขันทอง
“อนันต์ วงศ์เบญจรัตน์” อธิบดีกรมการท่องเที่ยว

พร้อมกันนี้ยังมีการพัฒนาโฮมสเตย์ให้มีมาตรฐานจนได้เป็น Health Homestay ต้นแบบของกรมการท่องเที่ยว รวมถึงได้ผ่านการประเมินและรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์อาเซียน และมาตรการท่องเที่ยวโดยชุมชนอาเซียน ในปี 2561

นอกจากนี้กรมการท่องเที่ยวยังได้ออกประกาศให้ชุมชนแห่งนี้เป็นเขตพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวในท้องถิ่นหรือชุมชน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ซึ่งส่งผลให้ปราชญ์ชาวบ้านหรือไกด์ท้องถิ่น ได้รับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย 

ในปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้มีสมาชิก 12 หลัง ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย กิจกรรมด้านการท่องเที่ยวชุมชนโฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง ประกอบด้วย ขี่จักรยานชมเส้นทางท่องเที่ยวในชุมชน ชมสวนผลไม้ ล่องเรือชมวิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำโขง สปาเท้าบนหาดหิน การเก็บสาหร่ายแม่น้ำโขงมาทำอาหารพื้นบ้าน ชมการผลิตข้าวกล้องอินทรีย์ ศึกษาการทำเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง และ การเยี่ยมชมหมู่บ้านลาวไทลื้อ ไทดำ ลาวเทิงและลาวสูง

บ้านท่าขันทอง

อีกทั้งจุดเด่นอีกอย่างคือ ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพร และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น โดยชาวบ้านได้มีการปลูกต้นถั่วดาวอินคา พืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกายคนเราหลายชนิด ทั้งมีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในเลือด สามารถต้านอนุมูลอิสระและป้องกันการออกซิเดชันของไขมัน ช่วยลดไขมันในเลือดและป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ช่วยรักษาความแข็งแรงของเยื่อหุ้มเซลล์ ลดการอักเสบของหลอดเลือด และยังช่วยลดความเสี่ยงโรคไขข้อได้ดีอีกด้วย

ชาวบ้านได้นำส่วนต่างๆ ของดาวอินคามาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมาย หนึ่งในนั้นคือการนำใบของต้นถั่วดาวอินคามาทำเป็นใบเมี่ยงคำ โดยคุณแม่สายทอง ชาวบ้านอาวุโสแห่งบ้านท่าขันทอง ได้บรรจงห่อใบเมียงคำดาวอินคาให้หลายคนได้ลองชิม เค็มๆ มันๆ อร่อยไม่แตกต่างจากใบชะพลูเลยทีเดียว

ในอนาคต หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีแผนที่จะต้องส่งการพัฒนาด้านต่างๆ ขึ้นมาอีกหลายเรื่อง เพื่อหวังให้เป็นจุดดึงดูดให้คนเดินทางไปสัมผัส รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ ที่สำคัญของพื้นที่ภาคเหนือตอนบนอีกด้วย

บ้านท่าขันทอง

ขอบคุณภาพจาก : กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *