ส่อง 5 ปัจจัยหนุนทองคำทำราคานิวไฮด์ พุ่งไม่หยุด

ราคาทองคำ

โดยทีมงานเดอะเปเปอร์ไทยแลนด์...

ปีนี้ถือว่าเป็นปีทองของ “ทองคำ” อย่างแท้จริง

เพราะตั้งแต่ต้นปีราคาทองขยับเป็นขาขึ้นโดยราคาปรับขึ้นมาแล้วกว่า 30%  โดยเป็นการขยับขึ้นในเดือน ก.ค.เดือนเดียวถึง 11% และเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมาราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยราคาขายในตลาดลอนดอน พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 2,022.87 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อคำนวณกลับมาเป็นราคาทองคำในประเทศก็ใกล้แตะระดับราคา 30,000  บาทต่อบาททองคำเข้าไปทุกที

แต่ถ้าดูในตลาดโกลด์ฟิวเจอร์ส ราคาก็ทะลุจนแตะระดับราคา 30,010 บาทต่อบาททองคำไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นักวิเคราะห์หลายสำนักยังมีมุมมองในเชิงบวกกับทิศทางของราคาทองคำโดยมองว่าราคายังอยู่ในขาขึ้น โดยล่าสุดโกลแมนแซคส์ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกว่าจะพุ่งขึ้นไปถึง 2,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเป็นการปรับเพิ่มจากคาดการณ์ครั้งก่อนที่มองว่าราคาทองคำมีสิทธิ์ปรับเพิ่มไปแตะระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งการปรับราคาขึ้นในระดับนี้นักวิเคราะห์จากซิตี้แบงก์ให้น้ำหนักว่าจะเป็นราคาฐานใหม่ของทองคำในปี 2564 

สาเหตุที่ทำให้ราคาของทองคำปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์มีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ ซึ่ง “เดอะเปเปอร์  ไทยแลนด์” รวบรวมมา 5 เหตุผลหลักดังนี้ 

1.การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้น ล่าสุดผู้ติดเชื้อมากเกินกว่า 18 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6 แสนคน ตลอดจนการคิดค้นวัคซีนที่แม้จะมีความคืบหน้าตามลำดับแต่กว่าที่จะสามารถแพร่หลายไปยังคนทั่วโลกยังใช้เวลาอีกนานนับปีทำให้คนเข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น ทำให้ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นต่อไปได้ 

2.สภาพเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง การคาดการณ์เศรษฐกิจของทั้งในไทยและเศรษฐกิจโลกที่จะหดตัวสูงมากในรอบหลายปี ตลอดจนมีสัญญาณว่างงานที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ ทำให้มีการเข้าลงทุนและถือสินทรัพย์ที่ปลอดภัยในช่วงที่มีวิกฤติเศรษฐกิจอย่างทองคำมากขึ้น 

3.ความเสี่ยงในเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและจีนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  โดยเฉพาะความขัดแย้งในประเด็นทะเลจีนใต้ การกีดกันทางการค้าที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น โดยในช่วงเดือน ก.ค.ที่สหรัฐฯ สั่งปิดสถานกงสุลในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส และรัฐบาลปักกิ่งในการสั่งปิดสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯในเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ราคาทองคำในขณะนั้นก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หรือแม้แต่ประเด็นเรื่องของการแบรนด์ TikTok ในสหรัฐที่ทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศก็ทำให้ราคาทองคำบวกเพิ่มขึ้น

ราคาทองคำ

4.กองทุนขนาดใหญ่อย่างกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในทองคำขนาดใหญ่ที่สุดกองหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นกองทุนที่เก็บรักษาทองคำแท่งให้กับธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ สหรัฐ (HSBC Bank USA) และจดทะเบียนลงทุนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ 4 แห่งของโลก ได้เข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 3 ส.ค. SPDR เข้าซื้อทองคำในปีนี้มากถึง 355.13 ตัน สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2547 ที่มีการก่อตั้งกองทุน ทำให้สัญญาณทองคำฟิวเจอร์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปด้วย 

5.ในบทวิเคราะห์ของ บล.โกลเบล็ก เมือวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมาระบุว่า การที่ธนาคารกลางประเทศต่างๆเข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้น เช่น อินเดีย และจีน เพื่อลดความผันผวนของค่าเงินในประเทศหลังจากมีการอัดฉีดเงินและสภาพคล่องเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งทองคำที่ถูกซื้อเข้ามาเพื่อใช้เป็นหลักประกันในการพิมพ์ธนบัตรของธนาคารกลางประเทศต่างๆส่งผลให้ความต้องการทองคำมากขึ้นและราคาปรับขึ้นได้ 

ราคาทองคำที่ปรับขึ้นมาในปีนี้ถือว่าเป็นอีกภาพที่สะท้อนความไม่ปกติของสภาวะเศรษฐกิจโลกซึ่งมีผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด -19 อย่างไรก็ตามการที่สินทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งราคาปรับขึ้นมาพอสมควรย่อมมีทั้งคนที่ต้องการเข้ามาเก็งกำไร และคนที่ต้องการขายออกไปเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคาที่ได้รับในช่วงที่ซื้อ และขาย ซึ่งน่าจะทำให้ราคาของทองคำมีความผันผวนพอสมควร ผู้ลงทุนจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ และปัจจัยต่างๆที่จะส่งผลต่อราคาทองคำอย่างใกล้ชิด 

เพราะทุกการลงทุนเป็นเสมือนเหรียญสองด้านที่มีทั้งโอกาสและความเสี่ยงรออยู่เสมอ 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *