“กู้ศรัทธา” หรือ “ปาหี่” เดี๋ยวรู้กัน

กระทิงแดง

โดยทีมข่าวเดอะเปเปอร์ไทยแลนด์

“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีดัง อัยการและตำรวจ ไม่สั่งฟ้องและให้ยุติการดำเนินคดีกับทายาทเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดัง ที่ขับรถหรูชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อ 8 ปีก่อน

คณะกรรมการชุดดังกล่าว มี นายวิชา มหาคุณ ประธานมูลนิธิต่อต้านการทุจริต คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เป็นประธาน โดยมีกรรมการอีก 9 คน อาทิ ปลัดกระทรวงยุติธรรม , เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นต้น

เหตุผลของการตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพราะคดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเกิดเสียงวิจารณ์ในวงกว้าง ว่ามีการวิ่งเต้น เพื่อช่วยคนผิดรอดพ้นคดี ซึ่งเหล่านี้ลดทอนความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลเป็นอย่างมาก

มีการวิจารณ์ว่า การปฏิรูปตลอด 6 ปีที่ผ่านมานั้น เข้าขั้นล่มเหลวอย่างสิ้นเชิง เมื่อไม่สามารถลบข้อครหา “คุกมีไว้ขังคนจน” ได้

โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า ทนายความของทายาทนักธุรกิจดัง ได้ขอความเป็นธรรม เพื่อประวิงเวลา ไปยังคณะกรรมาธิการกฎหมาย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ กมธ.ชุดดังกล่าว ได้ทำเรื่องขอให้อัยการ ส่งกลับคดีให้ตำรวจทบทวน เพราะมีพยานใหม่ จนเป็นจุดเปลี่ยนในการไม่สั่งฟ้องคดีดังกล่าว

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็หมายความว่า สนช.ที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ตั้งเมื่อครั้งเป็นหัวหน้า คสช. มีส่วนสำคัญทำให้คดีจบเช่นนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จึงตั้ง อาจารย์วิชา” มานั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร แต่ให้อำนาจการตรวจ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหรือวิธีปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เพื่อประโยชน์ในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ การปฏิบัติหน้าที่ และการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยไม่ก้าวล่วงการทำหน้าที่ของเจ้าของคดี

นั่นหมายความว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าว มีหน้าที่แค่นำเสนอความจริงต่อนายกรัฐมนตรี แต่ไม่มีอำนาจเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดี กล่าวคือ ไม่ว่าผลการศึกษาของคณะกรรมการชุดนี้ จะออกมาอย่างไร ก็จะไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของรูปคดีอย่างแน่นอน แต่ตั้งขึ้นเพื่อความสบายใจของประชาชนเสียมากกว่า

เอาเข้าจริง ไม่ใช่แค่นายกรัฐมนตรีที่สั่งตั้งกรรมการสอบ เพราะทางสำนักงานอัยการสูงสุดและตำรวจ ก็ตั้งกรรมการสอบกันคนละชุด และตอนนี้นับได้ว่าแยกกันสอบแล้ว 3 คณะ

โดยในทางคดี หากไม่มีพยานหลักฐานใหม่ จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมได้ หากไม่มีพยานหลักฐานใหม่ คดีนี้ก็จะจบลงตรงที่ทายาทนักธุรกิจดังไม่มีความผิด

นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องรอดูกันว่า คณะกรรมการที่ตั้งมานั้น มีอะไรใหม่หรือไม่ จะ “กอบกู้ศรัทธา” จากประชาชนหรือ “เตะถ่วงเวลาปาหี่” กันเท่านั้นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *