จับเทรนอสังหาฯ เมื่อโควิดเปลี่ยนความคิด “คนซื้อบ้าน”

ตลาดที่อยู่อาศัย

เรื่องโดย... ปราชญ์ นักคิด

ไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) หรือวายร้าย “โควิด-19” ทำลายล้างภาคธุรกิจไม่เว้นแม้แต่ “อสังหาริมทรัพย์” ก็โดนไปกับเขาด้วย เพราะมนุษย์เงินเดือนระดับปานกลาง ถือว่าเป็นเป้าหมายหลักของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในส่วนใหญ่ ซึ่งคนกลุ่มนี้ก่อนมีไวรัสยังพอมีสะตุ้งสตางค์กับเขาบ้าง

แต่พอจะเอ๋! กับโควิด-19 บางคนถึงกับร้องโฮ… เพราะต้องโดนออกจากงานอันเป็นที่รัก ท้ายที่สุดก็ขาดรายได้ ไม่มีเครดิตมากู้บ้านเพื่ออยู่อาศัย

ข้อมูลจาก กรุงไทย คอมพาส” (Krungthai COMPASS) ชี้ชัดว่า ในปี 2563 นี้จะมีที่อยู่อาศัย “ขายไม่ออก” และ “ขายไม่หมด” สูงถึง 185,000 หน่วย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 5% ซึ่งปีที่ผ่านมาพื้นที่เหลือขายมากที่สุด คงหนีไม่พ้นตามชายขอบกรุงเทพฯ อย่าง นนทบุรี-บางบัวทอง และ รังสิต-ปทุมธานี เช่นเดียวกับในปีนี้ที่เหลือก็คงเป็นพื้นที่เหล่านี้เช่นเคย

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้าโควิด-19 ที่เข้ามาเปลี่ยนการใช้ชีวิตของคนให้เกิดคำว่า New Normal (นิว นอร์มัล) หรือการใช้ชีวิตปกติในรูปแบบใหม่ บางคนก็เรียกชีวิตวิถีใหม่ ไม่ว่าจะเรียกอะไรก็คือ ใหม่”

เราลองมาดูพฤติกรรมของคนซื้อบ้านยุค “นิว นอร์มัล” กันบ้างว่าเป็นอย่างไร..หลังได้วิเคราะห์ ศึกษา วิจัย วิจารณ์ข้อมูลจากกรุงไทย คอมพาสกันอย่างถี่ถ้วนแล้ว พบว่า การซื้อบ้านของคนหลังจากนี้จะเปลี่ยนแปลงไป 3 ด้าน

คนซื้อบ้าน

เริ่มจากพฤติกรรมแรก การเลือกซื้อบ้านอาจจะเลือกดูในออนไลน์มากขึ้น เห็นได้จากยอดเข้าชมเว็บไซต์ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้นถึง 40% ในช่วงโควิด-19 ระบาด แต่ก็พอคาดเดาสาเหตุที่สูงขึ้น เพราะคนออกจากบ้านไม่ได้ สถานที่โครงการต่าง ๆ ปิด ไม่ให้เข้าชมเลือกซื้อ จึงต้องเลือกดูบนออนไลน์ซึ่งเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ในขณะที่ต้องการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)

พฤติกรรมที่ 2 มองกันแบบนิว นอร์มัล คนอยากมีบ้านหลังจากนี้ อาจไม่ได้มองเรื่องทำเลสำคัญเท่ากับขนาดของที่อยู่อาศัย เพราะผู้ซื้ออาจจะยอมอยู่ห่างจากใจกลางเมืองก็ได้ เพื่อแลกกับขนาดของพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น

แล้วพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้… ต้องการพื้นที่ใช้สอยไปทำไมเยอะแยะกันล่ะ? ตอบได้เลยว่า ก็เพื่อรองรับกับการทำงานที่บ้าน (Work From Home) นั่นสิ! เพราะอยู่ที่บ้านนาน ๆ ก็ต้องการพื้นที่ว่างๆ ไว้เดินออกกำลังกาย เดินคลายเครียด หรือบางคนต้องการพื้นที่ไว้เดินเพื่อหาไอเดียงานใหม่ ๆ ด้วย

พฤติกรรมอย่างที่ 3 คือ การใช้พื้นที่ส่วนกลางแบบส่วนตัว ถ้าให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การใช้พื้นที่ส่วนกลางของโครงการที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียมต่าง ๆ นานา ควรจะปลอดการแพร่เชื้อ อาจจะมีอะไรกั้นสักเล็กน้อย เช่น กั้นระหว่างลู่วิ่งในฟิตเนส หรือจะเป็นกั้นห้องพื้นที่ใช้สอย Working Space แม้กระทั่งเปิดประตู กดลิฟต์แบบไม่ใช้นิ้วหรือมือสัมผัสโดยตรง

คนซื้อบ้าน

ด้วยพฤติกรรมข้างต้น ทำให้เป็นโจทย์หินสำหรับผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย เพราะไม่ว่าจะใครก็ใคร… ควรคำนึงถึงพฤติกรรมเหล่านี้ที่จะพบเจอหลังจากโควิด-19 โดยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับ New Business Normal ไปพร้อมกับ New Normal จะได้ก้าวทันผู้บริโภค

ส่วนภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยหลังจากนี้ คงจะหนักเหนื่อยสักเล็กน้อยสำหรับผู้พัฒนาโครงการ Developer ต่าง ๆ เพราะก่อนหน้านี้ต้องกลุ้มใจกับมาตรการ LTV มาแล้วรอบหนึ่ง กลับต้องมาเจอโควิด-19 แพร่กระจายมายังกำลังซื้อของคนหดหายลงไป

ถ้าไม่ยอมหั่นลดราคาลงมา แม้กำไรจะน้อยหน่อย แต่คงดีกว่าขายไม่ออก

ไม่ใช่เพราะคนไม่สนใจ หรือคนไม่อยากมีบ้าน แต่เป็นเพราะเงินกู้คงไม่ผ่าน หลังรายได้ที่มีจากนี้คงลดน้อยลงไปเยอะทีเดียว บางคนต้องตกงานเหลือเงินเพียง 5 บาทเดินหางานทำ ไม่มีพอแม้กระทั่งซื้อข้าวกิน!!

แล้วจะเอาเงินที่ไหนมากู้ซื้อบ้านอยู่ล่ะ ใช่ไหม!!

ขอบคุณภาพจาก : Krungthai COMPASS

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *