ถึงคิว “ผับ บาร์ อาบอบนวด” ปลดล็อกเฟส 5

หมอหล่อ

โดยทีมงานเดอะเปเปอร์ไทยแลนด์

ข่าวดีมีเกิดขึ้นให้เห็นอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะการปลดล็อกกิจการและกิจกรรมต่างๆ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มี่กำลังคลี่คลายลงเป็นลำดับในประเทศไทย

ล่าสุด คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) ที่มี พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธาน ได้ประชุมหารือ เพื่อกำหนดแนวทางการอนุญาตผ่อนปรนกิจการ/กิจกรรมกลุ่มความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้เปิดดำเนินการได้

ทั้งหมดนั้น จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ในวันที่ 29 มิถุนายน 2563 พิจารณา เพื่อให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า กิจการ/กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายให้ดำเนินการในระยะที่ 5 เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง และมีผลต่อเศรษฐกิจน้อยกว่ากิจการที่ได้รับอนุญาตไปก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่อยู่ในกิจการความเสี่ยงสูงจำนวนมากที่ยังเดือดร้อน จึงต้องเริ่มอนุญาตให้เปิดดำเนินการ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเคร่งครัด

ปลดล็อกโควิด

เปิดโรงเรียน ห้าง ผับ บาร์ คาราโอเกะ

สำหรับ มีกิจการ/กิจกรรม 5 กลุ่มที่ยังไม่ได้รับการผ่อนผัน แต่จะเริ่มให้ดำเนินการได้ในระยะที่ 5 เป็นต้นไป ประกอบด้วย

กลุ่มที่ 1 การผ่อนผันใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษาทั้งหมด ทั้งรัฐ และเอกชน จากก่อนหน้านี้อนุญาตเฉพาะโรงเรียนนานาชาติ สถาบันกวดวิชา เท่านั้น 

กลุ่มที่ 2 ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมิวนิตี้มอลล์ ให้เปิดให้บริการได้ทุกส่วน จากเดิมที่เปิดได้บางส่วน และเวลาเปิด-ปิด เป็นไปตามปกติ จากเดิมที่จำกัดว่าต้องไม่เกิน 21.00 น.

กลุ่มที่ 3 สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานประกอบการคล้ายสถานบริการ เช่น โรงเบียร์ โรงเหล้า ลานเบียร์ ให้เริ่มเปิดบริการได้ แต่ต้องมีมาตรการควบคุมหลักและเสริม  โดยส่วนมาตรการหลักมีหลายมาตรการ เช่น ให้บริการไม่เกิน 24.00 น. ระยะนั่ง/ยืน 1 เมตร จำกัดผู้ใช้บริการตามขนาดพื้นที่ 4 ตารางเมตร/คน และห้ามร่วมโต๊ะกับกลุ่มอื่น มีระยะห่างของโต๊ะ 2 เมตรขึ้นไป หรือมีฉากกั้นสูง 1.5เมตรขึ้นไป พนักงานสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทำความสะอาดพื้นผิว มีการลงทะเบียนเข้า-ออก ด้วยแอพลิเคชั่น “ไทยชนะ”

ทั้งนี้ การเปิดบริการของกลุ่มสถานบันเทิงนี้ จะมีศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) เป็นผู้กำกับ และร่วมกับตำรวจ ทหาร และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ในการตรวจสถานประกอบการ โดยเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจจะต้องมีการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น ผู้พิทักษ์ไทยชนะ ประกอบแอปพลิเคชั่นไทยชนะ ด้วย

เปิดร้านเกม อาบอบนวด โรงน้ำชา

กลุ่มที่4 ร้านเกมและอินเตอร์เน็ต กำหนดระยะเวลาการใช้บริการของผู้ใช้บริการตามกลุ่มอายุ ได้แก่ กลุ่มอายุน้อยกว่า 15 ปี วันจันทร์-ศุกร์ ใช้บริการได้ 14.00-20.00น. วันหยุด 10.00-20.00น. อายุตั้งแต่ 15-18 ปี จันทร์-ศุกร์ 14.00-22.00 น. วันหยุด 10.00-22.00 น.  และอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป ใช้บริการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง 

ทั้งนี้ ต้องมีการลงทะเบียนเข้า-ออกผ่านแอปพลิเคชั่นไทยชนะ ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่ใช้บริการ จำกัดเวลาใช้บริการไม่เกิน 2 ชม. ต่อรอบ เว้นระยะนั่ง ยืน หรือทางเดิน 1 เมตรขึ้นไป มีการทำความสะอาดพื้นผิว มีจุดบริการล้างมือ

กลุ่มที่ 5 อาบ อบ นวด โรงน้ำชา มีการลงทะเบียนเข้า-ออกจากสถานที่ ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า หรือเฟสชิลด์ตลอดเวลา ยกเว้นขณะอาบน้ำ มีจุดบริการล้างมือ ทำความสะอาดห้องน้ำ อ่างอาบน้ำ ห้องสุขา พื้นผิวสัมผัสบ่อยๆ ก่อน-หลังบริการแต่ละครั้ง เว้นระยะนั่ง-ยืน 1 เมตรขึ้นไป ยกเว้นขณะอาบน้ำ

ผ่อนคลายต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางการผ่อนคลายการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรของคนต่างชาติ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มเป้าหมายแรก เป็นผู้ที่ตอบรับมาตรการเข้าพื้นที่กักที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) รวมแล้วประมาณ 50,100 คน แยกเป็น นักธุรกิจ/นักลงทุนประมาณ 700 คน แรงงานฝีมือ/ผู้เชี่ยวชาญ ประมาณ 15,400 คน คนต่างด้าวกรณีเป็นครอบครัวของคนไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในไทยประมาณ 2,000 คน ครูอาจารย์บุคลากรทางการศึกษาและนักศึกษาประมาณ 2,000 คน และนักท่องเที่ยวกลุ่ม Medical and Wellness ประมาณ 30,000 คน   

กลุ่มเป้าหมายที่ 2 เป็นผู้ที่จะใช้มาตรการคุมไว้สังเกต แยกเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ 1.นักธุรกิจ/นักลงทุน ที่เดินทางเข้ามาระยะสั้นๆ และแขกของรัฐบาลหรือส่วนราชการ 2.นักท่องเที่ยวและผู้เดินทางตามโครงการ Travel Bubble หรือการจับคู่ประเทศที่ผ่านการเจรจาแล้วสามารถเดินทางเข้ามาในประเทศได้

เปิด 3 ขั้นตอนการอนุญาตเดินทางเข้าปท.

แต่ทั้งนี้ การเดินทางเข้ามาในประเทศนั้น ยังต้องมีขั้นตอนการการอนุญาต แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ

ขั้นตอนแรก สำหรับกลุ่มที่อนุญาตเข้ามาได้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม 

กลุ่มที่ 1 ดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องรอวันที่ 1 กรกฎาคม 2563  ได้แก่ นักธุรกิจ/นักลงทุนที่มีการขออนุญาตไว้แล้วและตอบรับมาตรการเข้ากักตัวในพื้นที่กักตัวทางเลือกที่รัฐจัดให้ (Alternative State Quarantine)

กลุ่มที่ 2 เริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ประกอบด้วย 1.กลุ่มแรงงานฝีมือ/ผู้เชี่ยวชาญ คนต่างด้าวกรณีเป็นครอบครัวคนไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในไทย และครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาและนักศึกษา 2.นักธุรกิจ/นักลงทุน ที่เข้ามาระยะสั้น แขกของรัฐบาล

ขั้นตอนที่ 2 สำหรับกลุ่ม Medical and Wellness Tourism ในพื้นที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ เชียงราย  ให้ดำเนินการตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563 หรือเมื่อมีความพร้อม ตามความพร้อมแต่ละพื้นที่

ขั้นตอนที่ 3 กรณีโครงการ Travel Bubble จะมีการพิจารณา 2 แบบ แบบที่ 1 แบบมาตรการ Villa Quarantine กรณีที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวพักผ่อนในสถานที่ท่องเที่ยวและไม่ออกไปสถานที่อื่น ให้เริ่ม 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป แบบที่2 ผ่อนคลายมาตรการ State Quarantine ให้เริ่มดำเนินการเมื่อมีความพร้อมและสังคมเชื่อมั่นในมาตรการ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *