ย้อนรอยอดีตเมื่อไทยเริ่มวางแผน “พัฒนาเศรษฐกิจ” (ตอนจบ)

ประวัติศาสตร์ไทย

จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้ากราบบังคมทูลถวายข้อราชการ : ภาพจากหนังสือ ทวนอดีต โดยดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร

โดย... รุจน์ รฐนนท์

การวางแผนเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปเป็นร่าง เกิดขึ้นภายหลังจากที่มีการตรา พ.ร.บ.สภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ พ.ศ.2502 ขึ้นใช้แทน พ.ร.บ.สภาเศรษฐกิจแห่งชาติ พ.ศ.2493 และมีการจัดตั้ง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ หรือ “สภาพัฒน์” ขึ้นเป็นหน่วยงานในการติดตามและวางแผนเศรษฐกิจของประเทศ ตามคำแนะนำของธนาคารโลก

งานชิ้นแรกของสภาพัฒน์ ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ที่จัดตั้งขึ้นในขณะนั้น ก็คือ การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับแรก ซึ่ง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้มอบหมายให้เป็นงานเร่งด่วนของสำนักงานแห่งนี้  

ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร ราชบัณฑิต ได้เล่าไว้ในหนังสือ “ทวนอดีต” เหตุการณ์บางเรื่องที่บางคนสนใจจะรับรู้ ว่าการเขียนแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับแรก ถือเป็นการระดมคนที่มีความรู้ทางเศรษฐกิจทั่วประเทศมาช่วยเขียนแผน เป็นงานใหญ่ระดับประเทศในขณะนั้น โดยภายหลังจากที่มีการจัดตั้งบอร์ดบริหารสภาพัฒน์ ชุดแรก ที่มีคณะกรรมการ 9 คน (รายละเอียดอ่านได้ในตอนที่ 3) คณะกรรมการบริหารฯ ได้ขอให้มีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 2 คณะเพื่อช่วยปฏิบัติงานในด้านต่างๆ ในการช่วยให้มีการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ได้แก่  

1.คณะอนุกรรมการพิจารณาและดำเนินการเกี่ยวกับการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ และวิชาการะหว่างประเทศ (อนุกรรมการ ก.ศ.ว.) ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาจากคณะกรรมการบริหารสภาพัฒน์ มี พล.อ.ท.มุนี มหาสันทนะ เวชยันตรังสฤษฏิ์ เป็นประธาน

 2.คณะอนุกรรมการวิชาการ ซึ่งมีหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ ศึกษาข้อมูล และประเมินโครงการอันเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ และปฏิบัติงานในงานด้านวิชาการและเทคนิคการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงจุดหมายต่างๆ โดยร่วมมือกับสภาพัฒน์ โดยคณะอนุกรรมชุดนี้มี ม.ล.เดช สนิทวงศ์ ประธานกรรมการบริหารสภาพัฒน์ และ พล.อ.ท.มุนี มหาสันทนะ เวชยันตรังสฤษฏิ์ เป็นประธาน

โดยมีบรรดาเศรษฐกรของสภาพัฒน์ในยุคแรก และข้าราชการที่มีพื้นเพทางด้านเศรษฐศาสตร์และเศรษฐกิจสูง ที่มีความสามารถโดดเด่น เช่น คุณผิว พูลสวัสดิ์ ,คุณเกยูร ลิ่มทอง ,คุณลำดวน ม้าประเสริฐ ,คุณจรุง ตุลยานนท์ ,คุณกฤช สมบัติศิริ ,ดร.เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ ,คุณจำลอง โต๊ะทอง และ คุณวัลลภา ชาติประเสริฐ ทำหน้าที่เลขานุการฯ

คณะอนุกรรมการวิชาการชุดนี้ ได้รับการบันทึกว่า คือ กำลังสำคัญในการเขียนแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับแรกออกมาเป็นประวัติศาสตร์

สภาพัฒน์

จอมพลสฤษดิ์ มอบหมายให้สภาพัฒน์ ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติระยะ 6 ปี แบ่งเป็นระยะสั้น 3 ปีช่วงปี พ.ศ.2504 – 2506 และจากปีพ.ศ. 2506 – 2509 โดยคำสั่งนี้ เป็นมติของที่ประชุมบอร์ดสภาพัฒนาฯ ครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2502

การร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรกใช้เวลาในการร่างอยู่ราว 1 ปี ในปี พ.ศ. 2502 – 2503 และในที่สุด เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2503 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบเอกสารเรื่อง “แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ระหว่างระยะเวลา พ.ศ. 2504 – 2506 – 2509” และให้ประกาศใช้เอกสารฉบับนี้ เป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2504 เป็นต้นไป โดยได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 77 ตอน 85 วันที่ 20 ต.ค.พ.ศ.2503 ซึ่งเป็นวันครบรอบการปฏิวัติของจอมพลสฤษดิ์ พอดี

แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรก วางเป้าหมายสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคม ที่สำคัญในระยะ 6 ปี ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของรายได้ประชากร 3% ต่อปี การขยายตัวของเศรษฐกิจ 5% ต่อปี การสะสมทุนเพิ่มไม่น้อยกว่า 15% ของจีดีพี การผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 3.7 แสนกิโลวัตต์ใน 3 ปีแรก อัตราการเพิ่มขึ้นของประชากร 2% ต่อปี โดยการใช้เงินในการพัฒนาประเทศตลอดแผนฯ จะมาจากงบประมาณแผ่นดิน 70% และ 30% มาจากเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ

ประชาธิปไตย

สิ่งที่เราควรระลึกถึง เมื่อเรานึกถึงการเริ่มต้นวางแผนเศรษฐกิจของประเทศไทย นอกจากความสำคัญในการมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการครั้งแรก ก็คือในการทำแผนฯชาติฉบับนี้ เกิดจากความร่วมมือร่วมใจ และเสียสละของทุกฝ่ายกว่าร้อยคนที่เข้ามาช่วยกันร่าง และจัดทำแผนนี้แบบทำงานเกินเวลา ถือว่า เป็นการระดมคนที่มีความรู้ความสามารถที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ และช่วยให้งานนี้สำเร็จลงได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้ทั้งที่เป็นงานที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อนว่าจะสามารถเป็นไปได้ก็ตาม

นับจากปี พ.ศ.2504 ถึงปัจจุบันประเทศไทยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ มาแล้ว 12 แผน ปัจจุบันการประกาศแผนฉบับใหม่จะทำทุกๆ 5 ปี โดยในแผนฯ 12 ประกาศใช้ไปเมื่อปี 2560 และจะสิ้นสุดในปี 2564 ในปีนี้ ถือว่าเลยครึ่งทางของแผนฯ 12 มาแล้ว และอยู่ระหว่างการประเมินการดำเนินงาน เพื่อวางทิศทางการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *