เปิด ม.90/12 ฟื้นฟูกิจการบินไทย อะไรคือ “สภาวะพักการชำระหนี้”

ฟื้นฟูกิจการ

โดยทีมข่าวเดอะเปเปอร์ ไทยแลนด์

สำหรับใครที่ติดตามข่าวการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้คำสั่งศาลของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) คงทราบแล้วว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2563 ที่ผ่านมาได้ผ่านกระบวนการสำคัญไปอีกหนึ่งขั้น นั่นคือ ศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ เเละนัดไต่สวนวันที่ ‪17 ส.ค.2563 ต่อไป

พลันที่ ศาลล้มละลาย มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของการบินไทย โดยผลของมาตรา 90/12 ซึ่งอยู่ในหมวด ‪3/1 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ล้มละลาย พ.ศ.2498 ว่าด้วยกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ จะทำให้การบินไทยเข้าสู่ สภาวะพักการชำระหนี้” (Automatic Stay)

จากการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะระบุว่า การอยู่ในสภาวะพักการชำระหนี้นี้ จะคุ้มครองไม่ให้เจ้าหนี้ทั้งหลายมาบังคับเอาทรัพย์สินของการบินไทย แต่จริงๆ แล้วมาตรา 90/12 ไม่ได้ห้ามเฉพาะเจ้าหนี้ไม่ให้ฟ้องลูกหนี้ที่กำลังเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการเท่านั้น แต่ยังห้ามใครๆ ทั้งหมด ที่จะเข้ามาดำเนินการใดๆ ที่กระทบต่อกองทรัพย์สินของลูกหนี้

แม้แต่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่ผ่านกระบวนการพิจารณาทางศาลมาจนเกือบจบกระบวนการ เหลือเพียงกระบวนการบังคับคดีเอาทรัพย์มาชำระหนี้ ยังต้องถูกห้าม จะเห็นว่า อำนาจของกฎหมายล้มละลายใหญ่ยิ่งกว่าคำพิพากษาของศาล ทั้งนี้เพราะเป็นกฎหมายที่ว่าด้วยกรณีที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจวงกว้าง

ฟื้นฟูกิจการ

หลักใหญ่ใจความที่กฎหมายต้องให้เกิด สภาวะพักการชำระหนี้” นี้ ก็เพื่อไม่ให้กองทรัพย์สินของลูกหนี้ถูกกระทบกระเทือน และรับทราบให้แน่ใจว่า ลูกหนี้มีทรัพย์สินอยู่เท่าใด เมื่อเทียบกับหนี้สินที่ผู้ทำแผนจะเรียกให้บรรดาเจ้าหนี้มายื่นคำขอรับชำระหนี้ในกระบวนการทำแผนฟื้นฟูกิจการ หากกองทรัพย์สินไม่นิ่งเจ้าหนี้รายนั้น รายนี้ มาฟ้องร้องถูกบังคับเอาไป ก็ยากที่ผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการจะจัดทำแผนให้สำเร็จไปข้างหน้าได้

สำหรับอายุของ สภาวะพักการชำระหนี้ จะอยู่ยาวนับตั้งแต่วันที่ศาลรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ซึ่งกรณีของการบินไทย ก็คือ ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. 2563 เรื่อยไปจนกว่าการฟื้นฟูกิจการจะสิ้นสุดลง ไม่ว่าจะสิ้นสุดด้วยการถูกยกเลิกการฟื้นฟู เพราะการฟื้นฟูไม่สำเร็จ หรือสิ้นสุดเพราะการฟื้นฟูสำเร็จแล้วศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ ระหว่างระยะเวลานี้กิจการใดที่จะกระทบต่อกองทรัพย์สินของการบินไทยจะไม่สามารถดำเนินการได้

ส่วนว่าห้ามดำเนินกิจการใดบ้างนั้น ก็เป็นไปตาม มาตรา 90/12 ที่บัญญัติว่า ภายใต้บังคับของมาตรา 90/13 และมาตรา 90/14 นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้เพื่อพิจารณาจนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผน หรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอ หรือจำหน่ายคดีหรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ หรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ หรือพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดตามความในหมวดนี้

ฟื้นฟูกิจการ
ภาพจาก : postnet

(1) ห้ามมิให้ฟ้องหรือร้องขอให้ศาลพิพากษาหรือสั่งให้เลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ ถ้ามีการฟ้องหรือร้องขอคดีดังกล่าวไว้ก่อนแล้ว ให้ศาลงดการพิจารณาคดีนั้นไว้

(2) ห้ามมิให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิก หรือจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ และห้ามมิให้นิติบุคคลนั้นเลิกกันโดยประการอื่น

(3) ห้ามมิให้ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 90/4 (6) แล้วแต่กรณี สั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของลูกหนี้หรือสั่งให้ลูกหนี้หยุดประกอบกิจการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอ

(4) ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือเสนอข้อ พิพาทที่ลูกหนี้อาจต้องรับผิดหรือได้รับความเสียหายให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด ถ้ามูลแห่งหนี้นั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน และห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลาย ในกรณีที่มีการฟ้องคดีหรือเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดไว้ก่อนแล้ว ให้งดการพิจารณาไว้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

(5) ห้ามมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ ถ้ามูลแห่งหนี้ตามคำพิพากษานั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน ในกรณีที่ได้ดำเนินการบังคับคดีไว้ก่อนแล้วให้ศาลงดการบังคับคดีนั้นไว้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือการบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทราบ ว่าได้มีการยื่นคำร้องขอ หรือการบังคับคดีตามคำพิพากษาให้ลูกหนี้ส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่งเสร็จก่อนวัน ดังกล่าวนั้น

ในกรณีที่ทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไว้เป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วน แห่งค่าของทรัพย์สินนั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายได้โดยวิธีขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นที่สมควร แล้วให้กักเงินไว้ ถ้าศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนก็ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมอบเงินนั้นแก่ผู้บริหารแผนนำไปใช้จ่ายได้ ถ้าศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดีหรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ หรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการก็ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา แต่ถ้าศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดและยังเหลือเงินอยู่ ให้ส่งมอบให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต่อไป

(6) ห้ามมิให้เจ้าหนี้มีประกันบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอ

(7) ห้ามมิให้เจ้าหนี้ซึ่งบังคับชำระหนี้ได้เองตามกฎหมาย ยึดทรัพย์สินหรือขายทรัพย์สินของลูกหนี้

(8) ห้ามมิให้เจ้าของทรัพย์สินที่เป็นสาระสำคัญในการดำเนินกิจการของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขายหรือสัญญาอื่นที่มีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาในการโอนกรรมสิทธิ์ หรือสัญญาเช่าที่ยังไม่สิ้นกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ ติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวที่อยู่ในความครอบครองของลูกหนี้หรือของบุคคลอื่นที่อาศัยสิทธิของลูกหนี้ รวมตลอดจนฟ้องร้องบังคับคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้ซึ่งเกิดขึ้นจากสัญญาดังกล่าว ถ้ามีการฟ้องคดีดังกล่าวไว้ก่อนแล้ว ให้ศาลงดการพิจารณาคดีนั้นไว้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน หรือผู้บริหารแผนชั่วคราว แล้วแต่กรณี ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ราคา ค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์ หรือค่าเช่าตามสัญญา สองคราวติดต่อกัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นสาระสำคัญ

(9) ห้ามมิให้ลูกหนี้จำหน่าย จ่าย โอน ให้เช่า ชำระหนี้ ก่อหนี้ หรือกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สิน นอกจากเป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของลูกหนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

(10) คำสั่งตามวิธีการชั่วคราวของศาลที่ให้ยึด อายัด ห้ามจำหน่าย จ่าย โอน ทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราว ซึ่งมีอยู่ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้เพื่อพิจารณานั้น ให้ศาลที่รับคำร้องขอมีอำนาจสั่งให้ระงับผลบังคับไว้ หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ถ้าต่อมาศาลนั้นมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดีหรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการก็ให้มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวหรือคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราวดังกล่าวตามที่เห็นสมควรต่อไป

(11) ห้ามมิให้ผู้ประกอบการสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ งดให้บริการแก่ลูกหนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอ หรือหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน หรือผู้บริหารแผนชั่วคราวแล้วแต่กรณี ไม่ชำระค่าบริการที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการสองคราวติดต่อกัน

บทบัญญัติในวรรคหนึ่งไม่ห้ามผู้ประกอบการสาธารณูปโภคที่จะมีคำร้องให้ศาลที่ รับคำร้องขอมีคำสั่งเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องตามที่ศาลเห็นสมควร คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลหรือคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ขัดหรือแย้งกับบท บัญญัติในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดของวรรคหนึ่งไม่มีผลผูกพันลูกหนี้ การออกคำสั่งของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทนายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับนิติบุคคลซึ่งเป็นลูกหนี้การทำนิติกรรม หรือการชำระหนี้ใดๆ ที่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดของวรรคหนึ่ง การนั้นเป็นโมฆะ

อย่างไรก็ตาม ผลของมาตรา 90/12 พ.ร.บ.ล้มละลาย จะคุ้มครองและห้ามเฉพาะบรรดาเจ้าหนี้หรือกิจการใดๆที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ไม่อาจห้ามเจ้าหนี้ต่างประเทศที่จะดำเนินการยื่นฟ้องร้องการบินไทยต่อศาลในต่างประเทศ เพราะอำนาจของกฎหมายล้มละลายไทยก็มีผลบังคับเฉพาะในไทยเท่านั้น ไม่อาจครอบคลุมไปถึงกรณีการดำเนินการต่อศาลในต่างประเทศ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *