เปิดรายละเอียด “กิจการ-กิจกรรม” คลายล็อคโควิด ระยะ 3

คลายล็อคกิจการ

คนไทยทั้งประเทศได้รับข่าวดีกันอีกครั้ง หลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน เห็นชอบมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 3 ให้เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2563 เป็นต้นไป เสนอโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

สำหรับมาตรการที่กิจการและกิจกรรมที่เริ่มดำเนินการในระยะที่ 3 ได้นั้น “พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงว่า แยกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่

ส่วนที่ 1 กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต

1.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์  ให้ขยายเวลาเปิดไปจนถึง  21.00 น. จากเดิมที่ระยะที่ 2 เปิดได้ถึง 20.00 น.

2.ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ แต่จำกัดพื้นที่รวมไม่เกิน 20,000 ตร.ม. และเปิดได้ถึง 21.00 น. เช่นเดียวกับห้างสรรพสินค้า

3.สนามพระเครื่อง ศูนย์พระเครื่อง ให้เกิดดำเนินการได้ แต่ต้องงดการจัดกิจกรรมที่มีคนมาชุมนุมหนาแน่น และไร้ระเบียบ

4.ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผมสำหรับบรุษ หรือสตรี ที่เริ่มเปิดได้ในระยะที่ 2 ในระยะที่ 3 ให้ทำสีผม และบริการอื่นๆ ได้ แต่ต้องให้บริการไม่เกินรายละ 2 ชม. และยังคงไม่ให้นั่งรอในร้าน

5.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ก่อนวัยเรียน ให้เปิดเฉพาะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงานในการจัดหมาย หรือจัดสรรแจกจ่ายเครื่องดื่มอาหารกลางวันให้ผู้ปกครองมารับกลับไปให้เด็ก รวมถึงเตรียมความพร้อมสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข

ส่วนที่ 2 คือ กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ หรือสันทนาการ

1.คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม สถานเสริมความงาม ถานที่สักหรือเจาะผิวหนังหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย

2.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา นวดแผนไทย และนวดฝ่าเท้า ส่วนที่ยังงดอยู่คือ งดการอบตัว อบสมุนไพร อบไอน้ำแบบรวม และการนวดใบหน้า

3.สถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส ให้เปิดดำเนินการได้ แต่ต้องจำกัดจำนวนผู้เล่นแบบรวมกลุ่ม และงดอบตัวและอบไอน้ำแบบรวม

4.สนามกีฬา เพื่อออกกำลังกายหรือฝึกซ้อม ได้แก่ ฟุตบอล ฟุตซอล บาสเกตบอล และวอลเลย์บอล แต่จะต้องไม่มีการแข่งขัน ไม่มีผู้ร่วมกิจกรรมไม่เกิน 10 คน โดยยังไม่นับผู้เล่น

5.สถานที่เล่นโบว์ลิ่ง สเก็ต หรือโรลเลอร์เบลด หรือการละเล่นอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน แต่อนุญาตให้เฉพาะ เพื่อการออกกำลังกายและการฝึกซ้อมเท่านั้น

6.สถาบันลีลาส หรือสอนลีลาศ

7.สระน้ำ เพื่อการเล่นกีฬาหรือกิจกรรมทางน้ำในบึง เช่น เจ็ตสกี ไคท์เซิร์ฟ เครื่องเล่นประเภทบานาน่าโบ๊ท โดยต้องไม่เป็นการแข่งขัน และจำกัดผู้เล่น

8.โรงภาพยนตร์ โรงละคร โรงมหรสพ ซึ่งมีผู้ร่วมกิจกรรมไม่เกิน 200 คน โรงมหรสพเปิดเฉพาะ ลิเก ลำตัด การแสดงพื้นบ้าน  และยังคงลดการแสดงดนตรี คอนเสิร์ต

9.สวนสัตว์หรือสถานที่จัดแสดงสัตว์ โดยจำกัดผู้ร่วมกิจกรรมที่เป็นการรวมกลุ่ม

การปลดล็อคกิจการ

ส่วนมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่ยังคงไว้นั้น คือ มาตรการควบคุมการเดินทางเข้าราชอาณาจักร ทั้งทางบก น้ำ อากาศ  เพราะเวลานี้แม้ในประเทศจะควบคุมสถานการณ์ได้ดีแต่ในต่างประเทศยังคงน่ากังวล รวมทั้งการปรับระยะเวลาเคอร์ฟิว เป็น 23.00 – 03.00 น. โดยลดเวลาจาก 5 ชม. เหลือ 4 ชม เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้สามารถเดินทางข้ามจังหวัดภายใต้มาตรการตามที่ราชการกำหนด เช่น อาจจะมีเจ้าหน้าที่สอบถามจุดหมายปลายทาง และระยะเวลาการเดินทาง เป็นต้น

“มาตรการที่ ศบค. ออกนี้เป็นมาตรฐานกลาง แต่ว่าแต่ละจังหวัดอาจจะมีสถานการณ์แตกต่าง จังหวัดอาจออกมาตรการเสริมที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานกลางได้ ส่วนที่มีกรณีประชาชนเริ่มจองที่พักเพื่อไปท่องเที่ยวนั้น ก็คงต้องดูว่าไปเที่ยวที่ไหน เพราะบางสถานที่ยังไม่เปิด เช่น ชายหาด เรายังไม่เปิด แต่ศูนย์ด้านวัฒนธรรม โบราณสถานเปิดให้เที่ยวได้แล้ว ท่านก็เดินทางไปเที่ยวได้ แต่แนะนำว่า ไปที่ใดก็ขอให้พกบัตรประชาชน เผื่อเจ้าหน้าที่เรียกสอบถาม”

การปลดล็อคกิจการ

“หมอทวีศิลป์ วิษณุโยธิน” โฆษก ศบค. ขยายความว่า การเปิดทั้งหมดยังคงต้องดำเนินการ 3 ด้าน ได้แก่

1.มาตรการคัดกรองไข้ และอาการไอ หอบเหนื่อย จาม หรือเป็นหวัด สำหรับพนักงานบริการ และผู้ใช้บริการ และรายงานหน่วยงานรับผิดชอบ กรณีพบผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ตามแนวทางที่กำหนด

2.ทุกกิจการและกิจกรรมจัดให้มีการลงทะเบียนก่อนเข้า– ออกสถานที่ และเพิ่มมาตรการใช้แพลตฟอร์ม“ไทยชนะ” หรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูล และรายงานทดแทน

3.ให้พิจารณาพัฒนานวัตกรรม เช่น การลงทะเบียนเข้า – ออกสถานที่ ระบบการเรียน การสอน การจองคิวแบบออนไลน์ เพื่อให้บริการรูปแบบใหม่ในระยะยาว นำไปสู่การป้องกันควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพ

การปลดล็อคกิจการ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *