ย้อนรอยอดีต เมื่อไทยเริ่มวางแผน “พัฒนาเศรษฐกิจ” (ตอนที่ 3)

การค้าขายในอดีต

เรื่องโดย : รุจน์ รฐนนท์

การวางแผนเศรษฐกิจอย่างจริงจังของประเทศไทย เริ่มต้นในช่วงรอยต่อระหว่างช่วงปลายของศตวรรษ 2490 ถึงต้นศตวรรษ 2500 หลังจากที่คณะศึกษาเศรษฐกิจของธนาคารโลก ได้เข้ามาสำรวจสภาพเศรษฐกิจของไทย และจัดทำรายงาน โครงการพัฒนาการของรัฐสำหรับประเทศไทย” พร้อมกับข้อเสนอให้ตั้งสำนักงานวางแผนเศรษฐกิจของของประเทศ จนเป็นที่มาของการตั้ง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ หรือ “สภาพัฒน์” ในปี 2502 ในสมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี

ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร ราชบัณฑิต ได้เล่าไว้ในหนังสือ ทวนอดีต” เหตุการณ์บางเรื่องที่บางคนสนใจจะรับรู้ว่า ในรายงานโครงการพัฒนาของรัฐสำหรับประเทศไทย ธนาคารโลกได้เสนอแนะว่า หน่วยงาน” หรือ สำนักงาน” ที่ไทยจะจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ศึกษาภาวะเศรษฐกิจของประเทศอยู่เสมอ พร้อมทำร่างแผนเพื่อพัฒนา โดยแผนเหล่านี้ ต้องกำหนดโครงการใช้จ่ายของรัฐบาล ซึ่งจะแสดงลำดับความสำคัญของโครงการใช้จ่ายของรัฐบาล พร้อมแสดงลำดับความสำคัญของการลงทุนประเภทต่างๆ แผนที่มีการวางยังต้องคำนึงถึงนโยบายและการปฏิบัติต่างๆ ซึ่งจะกระทบกับกิจการทางเศรษฐกิจของประเทศ

เจ้าหน้าที่ของสำนักงานนี้ ไม่จำเป็นต้องมีจำนวนมาก แต่ถ้าจะให้คนนับถือความเห็นของเลขาธิการสำนักงานแล้ว เจ้าหน้าที่เหล่านั้น จะต้องมีความสามารถอย่างแท้จริง มีอิสระจากการกดดันทางการเมืองให้มากที่สุด จึงแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่ง และเชื่อว่า ความเป็นอิสระของสำนักงานเลขาธิการนี้ จะเป็นที่น่าเชื่อถือได้ แม้สำนักงานนี้จะขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี

การค้าขายในอดีต

สภาพัฒน์ ในยุคแรก ขับเคลื่อนไปด้วยการทำงานของคณะกรรมการ 2 ระดับ คือ คณะกรรมการ (บอร์ด) ชุดใหญ่ และกรรมการบริหาร ในกรรมการชุดใหญ่ตามกฎหมายมีกรรมการมากถึง 45 คน ในบอร์ดชุดใหญ่ชุดแรกของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ จอมพลสฤษดิ์ ได้แต่งตั้งบุคคลที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 6 คน เข้ามานั่งในบอร์ด ได้แก่ พ.ต.ควง อภัยวงศ์, ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช , พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ , ทวี บุญเกตุ , พจน์ สารสิน และ พล.อ.ถนอม กิตติขจร 

ส่วนเลขาธิการสภาพัฒนาฯ คนแรกตามการบันทึกของ ดร.วิชิตวงศ์ ระบุว่าคือ อาจารย์ฉลอง ปึงตระกูล ซึ่งย้ายมาจากตำแหน่งรองเลขาธิการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติที่ถูกยุบเลิกไป ขณะที่ รองเลขาฯ สภาพัฒน์ มอบหมายให้ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ และ พล.อ.ถนอม กิตติขจร ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี เป็นรองเลขาฯ อีกตำแหน่ง แต่หากดูตามประวัติของสภาพัฒน์ที่ได้มีการบันทีกไว้ว่า สภาพัฒน์เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 เมื่อครั้งเป็นสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ เลขาธิการคนแรกคือ ท่านสุนทร หงส์ลดารมภ์ อดีตเอกอัคราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ และหลังจากเป็นเลขาธิการสภาเศรษฐกิจแล้ว ก็ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ 

อาจารย์ฉลอง เมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาพัฒน์ในขณะนั้น มีอายุเพียง 38 ปีเท่านั้น ท่านเคยเป็นหนึ่งใน เสรีไทย ที่เคยปฏิบัติการภาคสนาม ทั้งประจำการในฐานปฏิบัติการทางตอนใต้ของประเทศจีน เป็นเวลา 5 เดือน ในเดือน พ.ค.2488 อาจารย์ฉลองกระโดดร่มลงในจังหวัดสกลนคร ภายใต้ แผนปฏิบัติการสลีฟ-ควิสลิ่ง และปฏิบัติหน้าที่เป็นเสรีไทยจนสงครามโลกสิ้นสุดในเดือนส.ค. ปีเดียวกัน

ภายหลังสงครามโลก อาจารย์ฉลอง เดินทางกลับไปศึกษาต่อที่สหรัฐฯ จนจบปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน กลับมารับราชการในปี 2490 หลังจากเป็นเลขาธิการสภาพัฒน์แล้ว ท่านยังถือเป็นบุคลากรสำคัญด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และ รมช.คลัง ในสมัยรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์

การเดินทางในอดีต

ส่วนบอร์ดบริหารสภาพัฒน์ชุดแรก ซึ่งมีบทบาทในการทำแผนเศรษฐกิจฉบับแรกของประเทศอย่างจริงจัง เป็นคณะกรรมการชุดเล็กเพียง 9 คน ซึ่งนอกจากอาจารย์ฉลอง ปึงตระกูล ยังมีชื่อของ ม.ล.เดช สนิทวงศ์ เป็นประธานกรรมการบริหาร , ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ผู้สำเร็จปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยลอนดอนในสาขาเศรษฐศาสตร์ และเป็นอดีตเสรีไทย สายอังกฤษที่เคยกระโดดร่มลงมาปฏิบัติภารกิจในประเทศไทย ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท เช่นกัน

คนอื่นๆ ในกรรมการบริหารสภาพัฒน์ชุดแรก ได้แก่ พจน์ สารสิน อดีตรมว.การต่างประเทศ และอดีตนายกรัฐมนตรี , ทวี บุญยเกตุ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีในหลายกระทรวง , นายเล้ง ศรีสมวงศ์ ผู้สำเร็จการศึกษาเศรษฐศาสตร์เหรียญทอง จากเมืองลิเวอร์พูล เคยดำรงตำแหน่งรมว.คลัง และผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ , พล.อ.จิตติ นาวีเสถียร อดีตรมว.เศรษฐการ และรมว.เกษตรและสหกรณ์

พล.ร.ต.ชลี สินธุโสภณ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตรมว.คมนาคม และ พล.อ.ท.มุนี มหาสันทนะ เวชยันตรังสฤษฏิ์ นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งดำรงตำแหน่งสำคัญเป็น รมว. หลายกระทรวง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงศึกษาฯ เป็นต้น

งานสำคัญที่รออยู่ภายหน้าของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ เมื่อครั้งจัดตั้งก็คือ เรื่องของการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยถอดความจากรายงานของธนาคารโลกให้มา เป็นแผนในการพัฒนาเศรษฐกิจฉบับแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนของประเทศ ที่สามารถทำได้สำเร็จจากการร่วมมือกันของบุคคลและหน่วยงานจำนวนมาก 

ทั้งหมดจะพูดถึงกันในตอนต่อไปครับ… 

การเดินทางในอดีต

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *