ย้อนรอยอดีตเมื่อไทยเริ่มวางแผน “พัฒนาเศรษฐกิจ” (ตอนที่ 2)

โดยรุจน์ รฐนนท์

เมื่อตอนที่แล้วพาท่านผู้อ่านย้อนไปถึงช่วงเวลาก่อนปี 2500 ที่ไทยริเริ่มต้นการวางแผนเศรษฐกิจ โดยเริ่มเป็นรูปเป็นร่างเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมมือกับคณะสำรวจเศรษฐกิจของธนาคารโลก (ก.ส.ธ.) ขึ้นมาทำงานร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญของธนาคารโลก ที่เข้ามาสำรวจสภาพเศรษฐกิจในประเทศไทยเพื่อเตรียมที่จะวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งการทำงานของก.ส.ธ.แล้วเสร็จในเดือน ก.ค.ปี 2501

ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร ราชบัณฑิต ได้เล่าไว้ในหนังสือ ทวนอดีตเหตุการณ์บางเรื่องที่บางคนสนใจจะรับรู้ ถึงเหตุการณ์ในช่วงนี้ว่า คณะสำรวจเศรษฐกิจของธนาคารโลกที่เข้ามาช่วยสำรวจสภาพเศรษฐกิจของไทย นำโดย ดร.พอล ที.เอสเวิร์ธ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา เจ้าของตำรา “เศรษฐกิจระหว่างประเทศ ที่มีชื่อเสียง ภายหลังการสำรวจแล้วเสร็จ คณะสำรวจของธนาคารโลกได้จัดทำรายงานเสนอให้กับรัฐบาลไทยใช้ชื่อว่า โครงการพัฒนาการของรัฐสำหรับประเทศไทย (A Public Development Program for Thailand) โดยเสนอรัฐบาลในปี 2502 มีความหนาถึง 364 หน้า

ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของคณะปฏิวัติ (จอมพลสฤษดิ์) มี ม.ล.เดช สนิทวงศ์ เป็นประธาน

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองในประเทศไทย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำปฏิวัติ และขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี เขานำรายงาน และข้อเสนอแนะในโครงการพัฒนาการของรัฐสำหรับประเทศไทยขึ้นมาพิจารณาโดยละเอียด ทันทีที่มีการประกาศใช้ธรรมนูญปกครองเมื่อต้นปี 2502 จอมพลสฤษดิ์ มีความเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจมาก จึงได้ตั้งที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจขึ้นมาคณะหนึ่งมี ม.ล.เดช สนิทวงศ์ ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานกรรมการ

รวมถึงยังผู้ที่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจระดับแถวหน้าของประเทศในขณะนั้นหลายคน  เช่น นายทวี บุณยเกตุ อดีตนายกรัฐมนตรี นายโชติ คุณะเกษม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายเล้ง ศรีสมวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นต้น ซึ่งได้ร่วมกันพิจารณารายงานการสำรวจเศรษฐกิจไทยฉบับแรก ที่สำรวจโดยธนาคารโลกและจัดทำเป็นแผนโครงการเศรษฐกิจระยะสั้น และระยะยาว (5ปีขึ้นไป) ก่อนเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา

ในวันที่ 14 ม.ค.2503 จอมพลสฤษดิ์ ได้เรียกประชุม สภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติที่ทำเนียบรัฐบาลโดยได้กล่าวปรารภในที่ประชุมว่า…

ในเบื้องต้นข้าพเจ้าขอย้ำว่า ข้าพเจ้ามีเจตนาอันแรงกล้าที่จะพยายามทำทุกทางที่จะพัฒนาการเศรษฐกิจให้บรรลุเป้าหมาย คือ การกินดีอยู่ดีของประชาชนคนไทยทุกคน หรืออย่างน้อย ก็ยกมาตรฐานครองชีพของประชาชนให้สูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ข้อเท็จจริงคือ เศรษฐกิจของประเทศได้เปลี่ยนแปลงไป และการเปลี่ยนแปลงนี้เด่นชัดขึ้นทุกที เหตุอันเป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีหลายประการ โดยทั่วไป คือการเพิ่มของประชากร การผลิต ไม่ได้ปรับปรุงให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ ข้าว ยาง ไม้ และดีบุก ก็ประสบการแข่งขันสูง…

…ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจอันแจ่มแจ้ง แน่นอน และเหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศ กับมีแผนการ หรือโครงการสำหรับดำเนินการด้านต่างๆ โดยพิจารณาถึงผลได้ผลเสียโดยรอบคอบ มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ซึ่งเป็นวิธีการที่จะช่วยให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศให้ดีที่สุดเท่าที่จะพึงได้

จอมพลสฤษดิ์ เรียกประชุมกรรมการบริหารสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ ที่ทำเนียบฯ เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2502

จอมพลสฤษดิ์ ได้มีดำริให้มีการตั้งหน่วยงานในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศขึ้นเป็นหน่วยงานหลัก ที่จะขึ้นมารับผิดชอบด้านนี้ ตามคำแนะนำของธนาคารโลกที่เสนอให้ประเทศไทยมี “สำนักงานวางแผนเศรษฐกิจ ขึ้นเป็นหน่วยงานกลางที่มาทำงานด้านนี้ โดยหน่วยงานที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ของไทยเรียกว่า สภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ โดย พ.ร.บ.สภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ ได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2502 เป็นหน่วยงานที่ทำงานแทนสภาเศรษฐกิจฯ โดยมีอำนาจหน้าที่ และขอบเขตของความรับผิดชอบแตกต่าง และกว้างขวางกว่าสภาเศรษฐกิจแห่งชาติที่ยุบเลิกไปมาก

เมื่อได้ตั้งหน่วยงานเป็นการเฉพาะขึ้นมาวางแผนเศรษฐกิจของประเทศแล้ว งานเร่งด่วนของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ คือ การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับแรกของประเทศไทย แต่สิ่งสำคัญก่อนที่จะไปสู่การวางแผนเศรษฐกิจก็คือ หาคนมีความสามารถเข้ามาทำงานในสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์เพื่อรองรับภารกิจสำคัญของประเทศ

ในตอนต่อไปจะเล่าถึงบุคคลกลุ่มแรก ที่เข้ามาเป็นคณะกรรมการของสภาพัฒนาเศรษฐกิจฯ รวมถึงเข้ามาเป็นเลขาธิการคนแรกของสภาพัฒน์ว่า “ดรีมทีม” ชุดแรก ที่เข้ามาช่วยวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นใครกันบ้าง

หนังสือ “โครงการพัฒนาการของรัฐสำหรับประเทศไทย” จัดทำโดยคณะสำรวจเศรษฐกิจของธนาคารโลก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *