ให้มันได้อย่างนี้สิ

โดย...บุชบา

ไชโยโห่ร้องกันดังสนั่นลั่นซอยจนแทบจะมีตำรวจมาเยือนถึงหน้าบ้าน

หลังทัพ “ช้างศึก” สร้างผลงานสุดพรีเมี่ยม เปิดบ้าน “ล้มยักษ์” เบียดชนะทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปได้ 2-1 เก็บ 3 แต้มพร้อมครองตำแหน่งจ่าฝูงไปแบบสวยๆ

เกมนี้ต้องลุกขึ้นยืนปรบมือให้ “เจ้าบุ๊ค” เอกนิษฐ์ ปัญญา ปีกตัวจี๊ดอนาคตไกลจากค่ายเจียงฮาย ยูไนเต็ด ที่แจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว จนผู้พากษ์ทางทีวีต้องรีบบอกให้พาไปอำเภอโดยด่วน..

ด้วยผลงาน 1 แอสซิสต์ และยิงอีก 1 เป็นประตูชัย พาทีมชาติไทยชนะทีมชาติยูเออี เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี

ทดแทนตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ของ “เจ – ชนาธิป” ที่ได้รับการบาดเจ็บจนถอนตัวออกไปก่อนหน้านี้ ได้หมดจด แทบจะไม่มีข้อผิดพลาด

ภาพรวมทีมชาติไทยนัดนี้ เล่นได้ดีตามแทคติกของกุนซือใหญ่จากเจแปน “อากิระ นิชิโนะ” มีโอกาสลุ้นทำประตูแบบไม่กลัวผู้มาเยือนจากตะวันออกกลาง

เสียดายที่เกมนี้ทีเด็ดทีขาดบางจังหวะยังไม่ค่อย “ลงตัว” เพราะจริงๆ แล้ว หลายๆ จังหวะ “ทัพช้างศึก” น่าจะบวกประตูได้อีกอย่างน้อย 1-2 ลูก แต่กลับไม่เฉียบคมพอ

แต่บางจังหวะก็โชคดี “หลวงพ่อคุ้มครอง” ทำให้ไม่เสียประตูไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะในช่วงที่ทีมชาติยูเออี ตั้งเกมเข้าทำตรงหน้าปากประตู โดยใช้ความโดดเด่นทางริมเส้น และตัวจบสกอร์ที่ชำนาญลูกกลางอากาศ

อย่างในลูกตีเสมอ 1-1 ในช่วงทดเวลาเจ็บครึ่งแรกของ “อาลี มับคูต” กองหน้าตัวเก่ง ที่โขกเข้าไปเต็มหัว ถือเป็นข้อผิดพลาดของแผงหลังของไทยที่ต้องหาทางปิดจุดอ่อนนี้กันต่อไปในนัดหน้า

โชคดีที่นัดนี้ “ทีมชาติไทย” กลบข้อเสียของตัวเองด้วยเกมรุกที่ดุดัน หลากหลาย โดยนัดนี้… เราได้เห็น “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าประสบการณ์สูงจบสกอร์ได้ดี โดยเฉพาะลูกโหม่งที่ถือว่าเป็นอาวุธเก่งประจำตัว เพราะเมื่อใดที่โยนบอลไปป้วนเปี้ยนใกล้เฮด “พี่มุ้ย” มีลุ้นทุกที

แต่ถ้าเป็นจังหวะง้างเท้ายิงล่ะก็ ดูเหมือน “พี่มุ้ย”  จะยิงออก “ชะอำ” ไปเสียส่วนใหญ่…

อย่างลูกเข้าฮอส จากการขึ้นเกมทางริมเส้นฝั่งขวาของ “สุภโชค สารชาติ” ก่อนบรรจงโยนใส่พานพร้อมวงมโหรีปี่พาทย์ ให้ “พี่มุ้ย” ได้ยิงโล่งๆ แบบไม่ต้องจับ แต่เจ้าตัวกลับยิงจนเครื่องบินร่วงซะอย่างงั้น… น่าเสียดาย

แต่อย่างไรก็ดีสถิติในเกมนี้ที่ออกมาก็ “ไม่น่าเกลียด” เพราะทีมชาติไทยมีจังหวะยิงทั้งหมดถึง 12 ครั้ง เข้ากรอบ 5 เปลี่ยนเป็นประตูถึง 2 ลูก ต่างจากผู้มาเยือนที่มีโอกาสยิงทั้งหมดแค่ 6 ครั้ง เข้ากรอบเพียง 2 ครั้งเท่านั้น

โดยซุป’ตาร์ ของทีมอย่าง “โอมาร์ อับดุลราห์มาน” เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งกัปตันทีม “เล่นไม่ออก” จนท้ายที่สุดก็ถูกเปลี่ยนตัว โดยตลอดทั้งเกมส์เพลย์เมกเกอร์ผมฟูผู้นี้ เจอคู่หู “เต้-ตังส์” คือ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล กับ สารัช อยู่เย็น ตัวรับของไทยตามติดจนอยู่หมัดแทบทุกจังหวะ

อีกคนที่เล่นดีไม่แพ้กันนั่นคือ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ผู้มากับเท้าซ้ายที่สามารถเชื่อขนมไปกินได้ เกมนี้อุ้ม แสดงความสามารถที่โดดเด่น และเซนส์ฟุตบอลระดับสูง ไม่เสียชื่อซ้ายตัวจริงจากทีมยักษ์ใหญ่ของเจลีก “โยโกฮามา เอฟ มารินอส”

หลายจังหวะ “อุ้ม” ใช้ความสามารถ และความเข้าใจ ทำเกมสวยๆ ให้เห็นเสมอๆ เพื่อนๆ ที่เล่นด้วยนอกจากจะไม่เหนื่อยแล้ว ยังแฮปปี้กับจังหวะต่อบอลร่วมกันด้วย

ดูเกมแบบลุ้นจนหยดสุดท้ายก่อนจะสิ้นเสียงนกหวีดยาว ทำเอาแฟนบอลที่เข้าไปชม และคนที่นั่งดูอยู่ทางบ้าน รวมทั้งผู้ฟังวิทยุอยู่บนรถแทบคลั่ง

แล้วในที่สุดก็สุขสมหวัง…

ส่วนผู้พ่ายในเกมนี้ “เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์” โค้ชชาวดัตช์ ของ ยูเออี ออกมายอมรับหลังเกมว่า ไทยแกร่งจริง โดยเฉพาะเกมทางฝั่งซ้าย ที่เป็นจุดเด่นเอามากๆ แล้วจากนี้… ก็ค่อยไปว่ากันใหม่ในเกมนัดหน้า

ส่วนทีมชาติไทยนัดต่อไปช่วงเดือนพฤศจิกายน มีงานหนักกับการไปเยือน “เสือเหลืองมาเลเซีย”

หวังว่า… พอถึงคราวนั้น ทัพ “ช้างศึก” จะรักษาผลงานที่ดีเหมือนอย่างเกมนี้ ตอนวิ่งอยู่ใน “บูกิต จาลิล” ก็แล้วกัน

ขอบคุณภาพจาก : เพจฟุตบอลทีมชาติไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *