“ประยุทธ์”ประกาศนำอาเซียนร่วมสงครามต่อสู้โลกร้อน

“บิ๊กตู่”ยืนโพเดียมยูเอ็นในนามตัวแทนอาเซียน ประกาศยืนหยัดต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมประชาคมโลก สร้างความยั่งยืนให้คนรุ่นหลัง พร้อมโชว์ความสำเร็จหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมประชุมและกล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศสมาชิกอาเซียน ในการประชุม United Nations Climate Action Summit 2019 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ(ยูเอ็น) นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ว่า อาเซียนมีความเปราะบางสูงต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบที่เพิ่มขึ้นก็เป็นภัยคุกคามต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค ดังนั้นอาเซียนจึงพยายามดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศกับประชาคมโลกในทุกระดับ

สำหรับในระดับภูมิภาค อาเซียนได้ดำเนินมาตรการยุทธศาสตร์ภายใต้แผนงานประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 2025 เพื่อมุ่งสู่การมีสภาพภูมิอากาศที่ยั่งยืน และชุมชนที่มีภูมิต้านทาน โดยมีเป้าหมายที่สำคัญประกอบด้วย

1.เป้าหมายด้านการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน อาเซียนได้บรรลุเป้าหมายของภูมิภาคในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้ลดความเข้มข้นในการใช้พลังงานมากกว่า 21.9% เมื่อเทียบกับปี 2005 เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้สำหรับปี 2020 และอาเซียนจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายระยะยาวในการลดความเข้มข้นในการใช้พลังงานลง 30% ภายในปี 2025 และได้กำหนดเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็น 23% ภายในปี 2025 ด้วย

2.เป้าหมายด้านการขนส่งทางบก อาเซียนมุ่งลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ยของยานพาหนะใหม่ขนาดเล็กที่จำหน่ายในอาเซียนลง 26% ระหว่างปี 2015 ถึง 2025  นอกจากนี้อาเซียนจะเสนอและเสริมสร้างมาตรการนโยบายการคลังบนพื้นฐานการประหยัดพลังงานหรือการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับประเทศ และส่งเสริมการประกาศมาตรฐานการใช้เชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะขนาดเล็กของแต่ละประเทศ เพื่อมุ่งสู่การมีมาตรฐานระดับภูมิภาคในระยะยาว

“ไม่มีประเทศใดที่สามารถต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เพียงลำพัง โดยอาเซียนพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนกับประชาคมโลกในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศเพื่อประกันความยั่งยืนให้กับอนุชนทั้งในปัจจุบันและในอนาคต”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นางนฤมล  ภิญโญสินวัฒน์  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมเต็มคณะระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (High-level Meeting on Universal Health Coverage) ซึ่งระหว่างการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมถึงความสำเร็จด้านสาธารณสุขของไทยมีพื้นฐานจากระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ครอบคลุมประชากรเกือบ 100%  การลงทุนด้านสุขภาพเป็นการลงทุนทั้งเพื่อปัจจุบันและอนาคต ประชาชนที่มีสุขภาพดีจะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เป้าหมายการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสามารถทำได้จริง หากมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ โดยแบ่งปันประสบการณ์ของไทย ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของหลักการ 3 ประการ ได้แก่ ความเท่าเทียม,ประสิทธิภาพ และการมีส่วนร่วม

ขอบคุณภาพจากสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *