“มันน่าจะดีขึ้นแล้วครับนาย”

โดย...บุชบา

จบซีซั่นเราจะเป็นแชมป์แน่นอน!!

ออกตัวแรงอย่างนี้… เชื่อว่าคงต้องโดนล้อไปจนเกษียณแน่ๆ หลังจากได้ดูเกม “แมนฯ ยูไนเต็ด” เปิดบ้านประคองชัยชนะจาก “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบหวาดเสียว 1-0

ฟอร์มการเล่นของทีมโดยรวม ดูเหมือนว่า “วิญญาณซาตาน” ที่เคยเข้าสิงเมื่อตอนปรีซีซั่น จนถึงนัดแรกตอนเปิดฤดูกาล ยังคงไม่เข้ามาอยู่ในร่าง

เพราะหลังจากนัดเปิดรังถล่มเชลซีไป ลูกทีมของ “โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์” ก็กลับเข้าสู่ฟอร์มเดิมเมื่อตอนปลายซีซั่นก่อน เพราะเก็บได้เพียง 2 แต้มจาก 3 เกม แถมหนึ่งในนั้นก็ดันทะลึ่งแพ้ “คริสตัล พาเลซ” ในบ้านเอาเสียด้วย

จนมาถึงนัดนี้ที่กลับมาเล่นในบ้านอีกครั้ง แต่ดูเหมือนกับทางเลสเตอร์ จะอาศัยความได้เปรียบในฐานะทีมเยือนเสียมากกว่า เพราะตลอดทั้งเกมพลพรรคจิ้งจอกสู้กับเจ้าบ้านได้สูสี แม้จะพลาดเก็บแต้มกลับบ้านไปอย่างน่าเสียดาย

จุดอ่อน-จุดเด่น ของแมนฯ ยูไนเต็ด นัดนี้มีให้เห็น โดยจุดอ่อน น่าจะเป็นที่แผงแนวรุก ยังคงไม่จัดจ้านจนสร้างความน่าสยดสยองให้ผู้มาเยือนสักเท่าไร

อย่างหน้าเป้า “มาร์คัส แรชฟอร์ด” นอกจากการสังหารลูกโทษจนได้ 3 แต้มแล้ว ตลอดทั้งเกมก็เหมือนถูกลักพาตัวไปอยู่นอกสนามเสียเป็นส่วนใหญ่ นานๆ ทีจะได้เห็น “น้องแรซ” จับบอลสักครั้ง

ส่วนปีกดูวูบวาบหน่อย โดยเฉพาะ “ดาเนียล เจมส์” ที่ลงมาพร้อมกับบิ๊กไบค์ส่วนตัว ได้บอลทุกครั้งก็โชว์สปีดหนีกองหลังเกือบทุกดอก แต่ท้ายที่สุดก็ยังได้แค่ความหวาดเสียวเท่านั้น

ส่วนคู่กลางแม้นัดนี้จะขาด “บิ๊กป็อก – พอล ป็อกบา” ซุป’ตาร์จากฝรั่งเศส แต่ก็มีคู่หู่มนุษย์โข่ง อย่าง “เนมันยา มาติช” กลางชาวเซิร์บ จับคู่กับ “สก็อต แม็คทอมิเนย์” โดยนัดนี้ “น้องแม็คเทอมิเนย์เตอร์” ก็เล่นแบบทุ่มสุดตัวจนได้รับ “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ในตอนท้าย

แต่ความลื่นไหลของเกมจากแดนกลาง สังเกตได้อย่างชัดเจนว่า พอทีมขาด “บิ๊กป็อก” ไปก็สะเทือน เพราะเกมแดนกลางดูไม่ต่อเนื่อง ผิดกับช่วงที่มีป็อกบาอยู่ แม้มีบางจังหวัดที่เจ้าตัวจะโชว์เหนือแบบน่าเขกกะโหลกก็ตาม แต่ท้ายที่สุด กลางของแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังพึ่งมิดฟิลด์เวิลด์คลาสนี้ให้อยู่ในทีมต่อไป

มาดูแผงหลัง เรียกว่าเป็นจุดอ่อนของแมนฯ ยูไนเต็ดมาโดยตลอดก็ว่าได้ แม้ซีซั่นนี้ ทีมได้ทุ่มงบประมาณดึง “แฮรี่ แม็คไกวร์” มาจากทัพจิ้งจอก และเกมนี้หลังค่าตัวระยับก็ได้โคจรกลับมาพบกับทีมเก่า แล้วก็เล่นได้สมราคา และคุณภาพ ผิดกับ “พี่รัก-วิคเตอร์ ลินเดลอฟ” ที่โชว์เหนือด้วยการปล่อยไก่ให้คู่แข่งหลายครั้ง ฉุดอารมณ์คนดูให้นั่งไม่ติดเก้าอี้ในทุกๆ ครั้งที่บอลลอยไปอยู่ใกล้ๆ

แต่อย่างไรเสีย เราก็ยังเห็นจุดเด่นของทีมในนัดนี้ที่เล่นเป็น “มังคุด” มากขึ้น (สับปะรดหรือเปล่า?)

โดยสามารถประคองสกอร์ไว้จนสิ้นเสียงนกหวีดยาว และมีโอกาสเข้าทำสวยๆ จากริมเส้นอยู่บ่อยครั้ง เรียกความหวือหวาผิดกับหลายนัดที่เล่นแบบเอาเหงื่อเพื่อสุขภาพ

ที่สำคัญยังต้องยกปัจจัยความสำเร็จของ 3 แต้มในบ้านครั้งนี้ให้ “เดวิด เด เกอา” ที่ออกแรงเซฟให้กับแมนฯ ยูไนเต็ดมาแทบทุกนัด แม้ที่ผ่านมาจะมีเสียงกร่นจากนักวิจารณ์หลายคนว่า “ฟอร์มเริ่มตก” หรือ “เล่นประวิงสัญญาฉบับใหม่” แต่ยังไงแล้ว เมื่อดูหลายๆ จังหวะในเกมนี้ นายด่านจากสเปนก็เซฟลูกสวยๆ หลายลูกจนคนที่ดูต้องลุกขึ้นปรบมือให้ และห่วงว่า “ถุงมือของน้องน่ะ!! ขาดบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้…”  

กลางสัปดาห์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีคิวตะลุยถ้วย “ยุโรปน้อย” ยูโรป้าลีก โดยเปิดบ้านตัวเองอีกครั้ง พบกับ “เอฟซี แอสตานา” ผู้มาเยือนจากคาซัคสถาน โดยหวังว่า ฟอร์มน่าจะดีขึ้นในเกมยุโรป เพื่อเรียกความมั่นใจก่อนที่จะกลับมาเตะฟุตบอลลีกอีกครั้ง โดยเดินทางไปลอนดอน เพื่อพบกับ “เวสต์แฮม”

หวังว่า นัดหน้า… อย่าให้กองเชียร์ต้องได้ตำแหน่ง “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” แทนก็พอแล้วล่ะ

ขอบคุณภาพจาก twitter : Manchester United

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *